คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ใช้ให้จำเลยที่ ๓ กับพวกอีกคนหนึ่ง งัดฝาเรือน กับพื้อนห้องและเพิงหลังบ้านของโจทก์ ทำหใ้โจทก์เสียหายคิดเป็นเงิน ๒๐๐๐ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔-๖๓ นางกิมยี้ จำเลยต่อสู้ว่า เดิมนางกิมยี้เช่าแผงลอยของบิดาโจทก์อยู่ ได้ตกลงกับบิดาโจทก์ปลูกสร้างเพิงหลังบ้านขึ้นเป็นส่วนตัว เมื่อเลิกเช่า นางกิมยี้จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไป บิดาโจทก์ยินยอม และรับว่าได้ใช้นายบุญญา นายดำ รื้อจริง นายบุญญา นายดำ จำเลยรับว่ารื้อจริง โดยนางกิมยี้เจ้าของให้รื้อ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยย่อมรู้ดีว่าสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทำขึ้น จำเลยจะรื้อถอนเอาไปไม่ได้ จำเลยจึงมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔. นายบุญญา นางกิมยี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาคัดค้านเป็นข้อกฎหมายว่า การรื้อนั้นผู้กระทำจะต้องมีเจตนาแกล้ง จึงจะเป็นผิด แต่จำเลยไม่มีเจตนาแกล้งโจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อต่อสู้ของนางกิยี้จำเลยเป็นการต่อสู้กรรมสิทธิว่าตนเป็นเจ้าของและมีสิทธิรื้อไปโดยตกลงไว้กับบิดาโจทก์ ส่วนนายบุญยาจำเลยก็ต่อสู้ว่าไม่ทราบว่าเป็นของโจทก์ดังนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นคดีข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษปรับจำเลย คู่ความจะฎีกาต่อไปไม่ได้