Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2504

พ.ศ. 2504 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยไปแจ้งความต่อตำรวจว่ารถจักยานถูกขโมยไป ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย ต่อมาจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์เป็นคนร้าย โดยตนเห็นและได้ไล่ติดตามโจทก์ในคืนเกิดเหตุด้วย เช่นนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจเอาข้อความซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าโจทก์เป็นคนร้ายลักรถจักรยานของจำเลยที่ ๑ ไป ขอให้ลงโทษ

จำเลยให้การปฎิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒ ให้จำคุกไว้คนละ ๑๕ วัน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามเบ็ดเสร็จรายวันของสถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูนว่าจำเลยที่ ๑ ไปแจ้งความว่า ตื่นขึ้นเวลา ๕ น. ลงไปดูรถจักรยานไม่เห็น ไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายลักไป จ่านายสิบตำรวจบุญมี ซึ่งทำหน้าที่นายร้อยเวรผู้รับแจ้งความจากจำเลยที่ ๑ เป็นพยานให้การว่า จำเลยที่ ๑ ว่าไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย พยานได้ถามว่าสงสัยใครไหม จำเลยที่ ๑ ก็ว่า ไม่รู้ ดังนี้ หากจำเลยที่ ๑ ได้ฉายไฟเห็นโจทก์เป็นคนลักรถจักรยานของจำเลยที่ ๑ ไปจริงดังที่ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ก็น่าจะได้ระบุชื่อโจทก์ว่าเป็นคนร้ายต่อเจ้าพนักงานในวันที่ไปแจ้งความนั้นแล้ว ไม่ปรากฎว่ามีความจำเป็นอย่างใดที่จะต้องปิดชื่อคนร้ายไว้ อีกข้อหนึ่ง

จำเลยแจ้งความว่า ตื่นขึ้นเวลา ๕ น. เห็นรถหายไป แต่ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าคนร้ายมาลักรถไปเวลาราวเที่ยงคืน ตามข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวมานี้เชื่อว่าจำเลยทั้งสองคนมิได้รู้ว่าใครเป็นคนร้ายลักรถจักรยานของจำเลยที่ ๑ ไป เพราะตื่นขึ้นก็เห็นรถหายไปเสียแล้ว จึงได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่ารถจักรยานถูกคนร้ายลักไป ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย ฉะนั้นที่จำเลยทั้งสองให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าเห็นโจทก์เป็นคนร้ายลักรถจักรยานของจำเลยไปจึงเป็นการแจ้งความเท็จ ต้องมีความผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำพูน - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนะสิงหะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. มาตรา 137 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานอันเป็นบททั่วไป ส่วนความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่... ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1575/2563

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอก ส. เจ้าพนักงาน เมื่อร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนและสืบสวนในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2561

การที่จำเลยรู้ว่ามิได้เกิดเหตุลักทรัพย์รถกระบะ แต่กลับแจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่ามีคนร้ายลักทรัพย์รถกระบะที่จำเลยเช่าซื้อไป เพื่อจะนำเงินที่ได้รับจากบริษัทผู้รับประกันภัยไปชำระค่างวดแก่ธนาคาร ก. ผู้ให้เช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14588/2558

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสองมีพฤติการณ์ประวิงคดีและคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้