Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ด. พบโค 9 ตัว กำลังกินข้าวอยู่ในนาของตน จึงไล่ต้อนมาไว้ที่บ้านเพื่อจะเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของโค ต่อมาจำเลยกับ ศ.และพวกมาที่บ้านด.อ้างว่าโคเป็นของศ.พ่อตาของด.ไม่เชื่อ ได้พา ศ.ไปพบผู้ใหญ่บ้านศ. ทำบันทึกรับโคไป แล้วพวกของจำเลยไล่ต้อนโคทั้ง 9 ตัวไปโดยจำเลยขี่รถจักรยานยนต์ตามไป ปรากฏว่าโคเป็นของผู้เสียหาย ดังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335(7) วรรคแรก,83.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาโค 9 ตัว เป็นเงิน 25,500 บาทแก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 83 ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาโค25,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...มีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีนายเดือน ชัยสามหมอ และนายประสิทธิ์พิมพา เป็นพยาน โดยนายเดือนเบิกความว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม2527 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา จำเลยกับพวกอีก 2 คน ทราบชื่อคนหนึ่งว่า นายศุกร์ สมชาติ ส่วนอีกคนไม่ทราบชื่อ มาหาพยานที่บ้านบอกว่าโค 9 ตัวซึ่งเข้าไปกินข้าวในนาและถูกพยานจับไว้เป็นของนายศุกร์จะขอคืน นายพันธ์ พิมพา พ่อตาของพยานไม่เชื่อ ได้พานายศุกร์ไปพบนายบุญมา ทายศรี ผู้ใหญ่บ้าน ขอให้นายบุญมาทำบันทึกให้นายศกร์รับโคไป พวกของจำเลยไล่ต้อนโคทั้ง 9 ตัวไปโดยจำเลยขี่รถจักรยานยนต์ตามไป นายประสิทธิ์ พิมพา ซึ่งเป็นพี่ภรรยาของนายเดือนกำลังเดินไปทำไร่ใกล้

ๆ บ้าน เห็นจำเลยขี่รถจักรยานยนต์พาชายขับรถยนต์ปิกอัพไปที่บ้าน ต่อมาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเห็นจำเลยขี่จักรยานยนต์ตามโคไป พยานทั้งสองรู้จักจำเลยมาก่อนเชื่อว่าจำจำเลยได้ นอกจากนี้นายบุญมาก็เบิกความว่า นายพันธ์พ่อตานายเดือนบอกว่านายลอยเป็นผู้พานายศุกร์มาขอโคคืน พยานรู้จักนายลอยดี และนายลอยในตำบลม่วงค่อมก็มีคนเดียวคือจำเลยนี้ พยานจึงเข้าใจว่าจำเลยเป็นคนพาไปโจทก์ยังมีนายดาบตำรวจเลิศผล ฉายัษฐิต หัวหน้าสถานีตำรวจตำบลม่วงค่อมเบิกความว่า ตอนเย็นวันที่ 31 ตุลาคม 2527 นายไล้ผู้เสียหายได้มาแจ้งว่า นายศุกร์กับจำเลยมาเอาโคของผู้เสียหายไปจากคอกของนายเดือน พยานโจทก์ทุกคนต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ไม่มีข้อระแวงว่าจะแกล้งกล่าวหาปรักปรำจำเลย ที่จำเลยต่อสู้ว่า

นายเดือนแกล้งปรักปรำเพราะจำเลยไปขัดผลประโยชน์และเพื่อให้นายเดือนรอดจากคดี ก็ไม่ทราบว่าผลประโยชน์และคดีอะไรเพราะจำเลยมิได้ซักค้านนายเดือนไว้ ยิ่งกว่านั้นในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า เช้าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 6 นาฬิกา จำเลยขี่รถจักรยานยนต์ออกไปหาซื้อโคกระบือ กลับบ้านเวลา 8 นาฬิกา แล้วไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย แต่ในชั้นศาลจำเลยเบิกความว่า จำเลยไปช่วยนายจรัล วงษ์ผง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลม่วงค่อม อำเภอชัยบาดาลจังหวัดลพบุรี ล้อมรั้วตั้งแต่เวลา 7 นาฬิกา จนถึง 14 นาฬิกาเป็นคำเบิกความที่แตกต่างกัน ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ ร้อยตำรวจเอกบุญชู จุลเนตร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีเบิกความว่า

ได้ไปตามตัวนายศุกร์ตามที่อยู่ซึ่งปรากฏในเอกสารหมาย จ.3 ไม่พบตัวและได้สอบถามพนักงานฝ่ายปกครองเพื่อตรวจสอบทะเบียนบ้านปรากฏว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ไม่มีชื่อนายศุกร์ สมชาติ ตามหนังสือที่ ลบ.0216/130 ลงวันที่ 28 มกราคม2528 เอกสารหมาย จ.6 ดังนั้นการที่จำเลยไม่พานายศุกร์ไปพบนายบุญมาผู้ใหญ่บ้านด้วยตนเองเป็นเพราะจำเลยรู้อยู่แล้วว่านายศุกร์ไม่ใช่เจ้าของโคเหล่านั้น จึงเป็นข้อพิรุธของจำเลยอีกประการหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า บันทึกของนายบุญมาผู้ใหญ่บ้าน เอกสารหมาย จ.3 ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะโคที่นายเดือนต้อนมาไว้ในคอกเป็นตัวผู้ 5ตัว ตัวเมีย 4 ตัว แต่ตามเอกสารดังกล่าวลงไว้ว่า เป็นโคตัวเมียทั้ง 9 ตัวนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า นายบุญมาผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ตรวจสอบโคที่นายเดือนขังคอกไว้ คงเขียนตามคำบอกของนายศุกร์ แม้ข้อความในเอกสารหมาย จ.3 จะไม่ตรงความจริงก็หาทำให้น้ำหนักลดลงไม่ นอกจากนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโคกินข้าวของนายเดือนเสียหาย 1 ไร่ ถ้าเก็บเกี่ยวจะได้ข้าวประมาณ 50 ถัง ราคาถังละประมาณ 30 บาท คิดเป็นเงิน 1,500บาท แต่นายเดือนเรียกค่าเสียหายจากพวกจำเลยเพียง 400บาท และให้พวกจำเลยซื้อสุราให้ 2 ขวด คำของนายเดือนจึงไม่สมเหตุผลนั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุข้าวยังไม่ได้เกี่ยวนายเดือนว่าราคาข้าวไม่ถึงถังละ 30 บาท แม้โคจะลงไปกินข้าวในนา แต่ก็เชื่อว่าโคคงจะไม่เหยียบย่ำข้าวเสียหายหมดทั้งไร่ การที่นายเดือนรับค่าเสียหาย 400 บาทนับว่ามีเหตุผลอยู่ พยานหลักฐานโจทก์มั่นคงฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยโดยมิได้กำหนดวรรคนั้นไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7)วรรคแรก นอกจากนี้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 689194)

เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 สิทธิในการนำคดีอาญาของจำเลยที่ 2 มาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่สำหรับคดีส่วนแพ่งนั้น ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6152/2561

แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่า น. เห็นจำเลยและรับเงินจากจำเลยในการส่งข้าวสาร วันที่ 12 สิงหาคม 2558 แต่ศาลฎีกาสามารถรับฟังข้อเท็จจริงของการกระทำผิดในวันดังกล่าวประกอบกับข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดของวั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7590/2560

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง (เดิม) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท เมื่อความผิดในมาตราดังกล่าวไม่ใช่คดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12328/2558

แม้โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนตัดสายคอนโทรลเคเบิล แต่จุดที่มีการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าของจำเลยที่ 1 อยู่ภายในบริเวณรั้วของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นการยากที่บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะเข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้