คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 337, 83 และ 90
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธ กับตัดฟ้องว่า ความผิดฐานกรรโชกและทำให้เสียเสรีภาพ อยู่ในอำนาจศาลทหารตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 2โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเองศาลชั้นต้นสั่งว่า การกระทำของจำเลยตามที่ไต่สวน เป็นการกระทำอย่างเดียวผิดกฎหมายหลายบท กรณีไม่ต้องด้วยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 36 ส่วนกรณีที่ต้องด้วยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 36 นั้นศาลจะได้รวมสั่งหรือพิพากษาเมื่อมีคำพิพากษาจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ อ้างว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจำเลยฎีกาว่า
คำสั่งของศาลชั้นต้นในข้อตัดฟ้องของจำเลยเป็นคำสั่งชี้ขาดในประเด็นสำคัญว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องต่อศาลอาญา และศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้อง พิจารณาพิพากษาต่อไป จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญแห่งคดีอยู่ที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง เพียงแต่ให้นัดสืบพยานโจทก์เพื่อเริ่มการพิจารณาเท่านั้น จำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196พิพากษายืน