Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นรองปลัดกระทรวงได้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชาในกองแบบแผนที่โจทก์สังกัดอยู่เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดวินัยได้ดังนั้นการที่จำเลยสั่งลงโทษโจทก์ย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยชอบไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกองแบบแผน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำเลยเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขและเป็นผู้บังคับบัญชาในกองแบบแผนและกองอื่น ๆ เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดวินัย ตามอำนาจและหน้าที่ที่กำหนดในพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 โจทก์ได้รับคำสั่งให้ไปควบคุมการก่อสร้างศูนย์มาลาเรียเขต 1 จังหวัดสระบุรีต่อมาปลัดกระทรวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและตั้งข้อหากล่าวว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้โจทก์เสียหายเป็นละเมิดต่อโจทก์โดยจำเลยมีคำสั่งลงโทษโจทก์ฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ตามมาตรา 73 วรรคหนึ่ง

ฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบธรรมเนียมของทางราชการตามมาตรา 74 ฐานไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายระเบียบของทางราชการและมติคณะรัฐมนตรีให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความอุตสาหะ เอาใจใส่ และระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการและละทิ้งหน้าที่ราชการตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518ลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้น ทำให้โจทก์เสียหายต่อสิทธิ คือเสียสิทธิที่จะได้รับเงินเดือนและไม่ได้ขึ้นเงินเดือนพร้อมดอกเบี้ยอีกร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีรวมเป็นเงิน 122,756 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ จำเลยสั่งลงโทษโจทก์ทางวินัยเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยถูกต้องไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อนไปบ้างแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วโดยไม่จำต้องสืบพยานที่เหลือต่อไปให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่าโจทก์เดินทางไปควบคุมการก่อสร้างอาคารฝึกอบรมและหอพักของศูนย์มาลาเรียเขต 1 อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2524 มีกำหนด 6 เดือน ต่อมาสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแจ้งให้ดำเนินการแก่โจทก์เกี่ยวกับการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปควบคุมการก่อสร้างดังกล่าว สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์ทางวินัยคณะกรรมการสอบสวนแล้วเสนอความเห็นว่าสมควรลดขั้นเงินเดือนโจทก์1 ขั้น กระทรวงสาธารณสุขโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยขึ้น คณะกรรมการตรวจสอบวินัยมีมติให้ลดขั้นเงินเดือนโจทก์ 1 ขั้น และทำความเห็นเสนอต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ขณะนั้นจำเลยปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งให้ลดขั้นเงินเดือนโจทก์ 1 ขั้น จากระดับ 5 ขั้น6,025 บาท เป็นให้ได้รับเงินเดือนขัน 5,745 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2527 เป็นต้นไป โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ดังนั้นเห็นว่าพยานโจทก์เอง เบิกความว่าคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและคณะกรรมการตรวจสอบวินัยได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย และตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบวินัย เอกสารหมาย จ.3 กับคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ลดขั้นเงินเดือนโจทก์ที่จำเลยมีคำสั่งในฐานะปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข

เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 (เอกสารหมาย ล.8) ปรากฏว่ามีข้อความตรงกันคือ ในกรณีความผิดฐานไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายระเบียบของทางราชการและมติคณะรัฐมนตรีให้เกิดผลดีและความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่และระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการและฐานละทิ้งหน้าที่ราชการเพราะโจทก์ไม่อยู่ควบคุมการก่อสร้างตามหน้าที่เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2525 ครึ่งวันเป็นอย่างน้อยในกรณีความผิดฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ เพราะโจทก์มิได้จดบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวันและมิได้รายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2525เป็นต้นมา และฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา

เพราะโจทก์เขียนรายงานการเดินทางเท็จโดยระบุว่าพักที่โรงแรมธานินทร์เพียงแห่งเดียว การที่จำเลยสั่งลดขั้นเงินเดือนโจทก์จึงเป็นการสั่งตามผลของการสอบสวน มติของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและมติของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งตามฟ้องโจทก์ก็บรรยายว่าจำเลยเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้บังคับบัญชาในกองแบบแผนที่โจทก์สังกัดอยู่เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดวินัยได้ ดังนั้นที่จำเลยสั่งลงโทษโจทก์ย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยชอบไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้