Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลย ไม่ดำเนินการย้ายจำเลยกลับมาทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถตามที่จำเลยขอร้อง กลับนำบันทึกขอความเป็นธรรมของจำเลยมาเขียนว่า ให้ปฏิบัติตามคำสั่งกรมการแพทย์ที่สั่งให้จำเลยไปทำหน้าที่คนกลั่นน้ำ ดังนี้ เป็นการที่ผู้ตายปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ มิใช่การข่มเหงจำเลยด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจำเลยจะนำมาอ้างเพื่อกระทำต่อผู้ตายโดยอาศัยเหตุบันดาลโทสะไม่ได้ จำเลยไม่พอใจผู้ตายที่ไม่ดำเนินการย้ายจำเลยให้กลับมาทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถที่จำเลยเคยทำอยู่ จึงกลับไปเอาอาวุธปืนที่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำงาน 13-14 กิโลเมตร มายิงผู้ตายจำเลยมีระยะเวลานานพอสมควรที่จะทบทวนยับยั้งความคิดพยาบาทอาฆาตแค้นผู้ตาย การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตายตามที่ได้เตรียมการมา จึงเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 วางโทษประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกตลอดชีวิต เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ห้ามโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสองพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 11

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,371, 33, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2495/2530 ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การรับว่ายิงผู้ตายถึงแก่ความตายจริง แต่กระทำไปโดยบันดาลโทสะ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 กระทงหนึ่ง ให้ประหารชีวิต และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 อันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, มาตรา72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก 1 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงให้ประหารชีวิต นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2495/2530 ของศาลชั้นต้น ริบอาวุธปืน กระสุนปืน หัวกระสุนปืน และปลอกกระสุนปืนของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ให้ลงโทษประหารชีวิต ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูกเป็นมาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1))หนึ่งในสามคงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยและโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันเกิดเหตุ

ก่อนเวลาเกิดเหตุ เมื่อจำเลยได้ทราบคำสั่งกรมการแพทย์ให้จำเลยไปทำหน้าที่คนงานกลั่นน้ำจำเลยได้ไปพูดขอความเป็นธรรมกับผู้ตายในฐานะผู้บังคับบัญชาขอให้ย้ายมาเป็นพนักงานขับรถตามเดิม แต่ผู้ตายว่าย้ายให้ไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งกรม และเอาบันทึกที่จำเลยขอความเป็นธรรมขึ้นมาเขียนว่าให้ปฏิบัติตามคำสั่งกรม ดังนี้เป็นที่เห็นได้ว่าผู้ตายได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีกรณีที่จะเห็นได้ว่ามีการกระทำของผู้ตายในลักษณะที่เป็นการข่มเหงจำเลยด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมอันจะให้ถือได้ว่ามีเหตุบันดาลโทสะตามที่ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กำหนดไว้ ส่วนในความรู้สึกของจำเลยที่อ้างว่าการย้ายหน้าที่เป็นการเสียศักดิ์ศรี ทำให้เกิดความคับแค้นใจนั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัวของจำเลยเองที่คิดและเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจึงจะนำมาอ้างเพื่อกระทำต่อผู้ตายโดยอาศัยเหตุบันดาลโทสะตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้

การที่จำเลยมีเหตุไม่พอใจผู้ตาย จึงกลับไปบ้านนำเอาอาวุธปืนที่บ้าน แล้วนั่งรถแท็กซี่มาที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างบ้านจำเลยประมาณ 13-14 กิโลเมตร นั้น นับว่า เป็นเวลานานพอสมควรที่จำเลยสามารถจะทบทวนถึงการที่ตนจะกระทำลงไปได้ดีพอที่จะยับยั้งความคิดพยาบาทอาฆาตแค้นผู้ตายที่ไม่กระทำตามความต้องการของตนได้เป็นอย่างดี แต่จำเลยหามีสำนึกในข้อนี้ไม่ เมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็เข้าไปในห้องทำงานของผู้ตาย และใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในขณะที่นั่งทำงานอยู่ จนถึงแก่ความตายสมเจตนาที่ได้เตรียมการมาเพื่อฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนสำหรับฎีกาของโจทก์ร่วมนั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะโทษที่ลงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย โจทก์ร่วมฎีกาว่าไม่ควรลดโทษให้จำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 11ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6083/2546

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) วางโทษประหารชีวิต ลดโทษให้จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบด้วย มาตรา 52 (1) หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต ศาลอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4577/2558

จำเลยที่ 1 เดินออกจากร้านคาราโอเกะที่เกิดเหตุกลับถึงห้องพัก ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 2 ถึง 3 กิโลเมตร แล้วจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ได้พูดเกลี้ยกล่อมจำเลยที่ 1 ไม่ให้กลับไปอีก ทั้งได้ความว่าจำเลยทั้งสี่ออกไปจากร้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2554

คดีนี้ในส่วนอาญา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะกำหนดโทษและเพียงแต่ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ถูกต้องโดยระบุวรรคของ มาตรา 290 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และบท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2554

หลังจากผู้ตายใช้ขวดสุราตีศีรษะจำเลย ผู้ตายกับจำเลยยังได้รับประทานอาหารด้วยกัน และจำเลยกลับไปบ้านแล้ว ต่อมานานถึง 2 ชั่วโมงเศษ จำเลยจึงมาที่บ้านเกิดเหตุและใช้มีดโต้ฟันผู้ตายขณะที่ผู้ตายกับ ข. นอนหลับกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2546

ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้พูดจาดูถูกจำเลยก่อนในลักษณะที่จำเลยเหมือนของเล่นได้แล้วจะเลิกเมื่อไรก็ได้ และเป็นหญิงใจง่ายหลอกกินเงินได้ เมื่อจำเลยโกรธและใช้รองเท้าตบหน้าผู้ตาย ผู้ตายกลับตามไปทำร้ายจำเลยอีก จน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้