Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น ย่อมหมายถึงความเสียหายที่ย่อมเกิดขึ้นแต่การเลิกสัญญาหรือการไม่ชำระหนี้ การขาดประโยชน์ที่ตนควรมีควรได้ หากมิได้มีการเลิกสัญญาย่อมเป็นความเสียหายอันหนึ่ง การจ้างทำของนั้น สินจ้างมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนพอดีฉะเพาะแต่ทุนและค่าแรงงานเสมอไป สินจ้างอาจรวมถึงผลประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากทุนและแรงงานที่เรียกกันว่ากำไร นั้นก็ได้ ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของ โดยผู้รับจ้างมิได้ทำผิดสัญญา เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขาดกำไรที่ควรจะได้ ถ้าไม่มีการเลิกสัญญาไปเท่าใด ผู้ว่าจ้างต้องรับสนองชดใช้ให้เป็นค่าสินไหมทดแทน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ซ่อมรถจักรยาน ๑๕ คน แต่ส่งรถมาให้ซ่อมเพียง ๙ คัน ชำระค่าซ่อมแล้ว ๘ คัน อีกคันหนึ่งค่าซ่อม ๔๕๕ บาท ยังไม่ชำระ และไม่ส่งรถอีก ๖ คัน มาให้โจทก์จัดการซ่อมตามสัญญาเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์อันจะพึงได้เป็นเงิน ๔๕๔ บาท จึงขอให้จำเลยใช้เงินทั้งสองจำนวน จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยบอกเลิกสัญญาแล้ว เพราะโจทก์ขาดความชำนาญ และทุจริต โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย และโจทก์ไม่เสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้เงินฉะเพาะค่าซ่อมรถที่ยังไม่ได้รับ ๑ คัน เป็นเงิน ๔๕๕ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ.มาตรา ๖๐๕ นั้น ย่อมหมายถึงความเสียหาย ที่ย่อมเกิดขึ้นแก่การเลิกสัญญาหรือการไม่ชำระหนี้ การขาดประโยชน์ที่ตนควรมีควรได้ หากมิได้มีการเลิกสัญญา ย่อมเป็นความเสียหายอันหนึ่ง คดีนี้โจทก์พิศูจน์ได้ว่า ถ้าจำเลยไม่เลิกสัญญาเสียโดยพละการและนำรถอีก ๖ คัน ไปซ่อมแล้ว โจทก์จะได้กำไรในการซ่อมรวม ๔๕๐ บาท ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นความเสียหายโดยตรงของโจทก์ อันเกิดแก่การที่จำเลยบอกเลิกสัญญาจ้างทำของนั้น จำเลยจึงต้องรับผิด

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลอุทธรณ์ - พระนาถประชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2557

แม้หนังสือสัญญาว่าจ้างระบุชื่อผู้ว่าจ้างคือ จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียว แต่ในหนังสือสัญญาดังกล่าวข้อ 1 มีข้อตกลงระบุให้โจทก์ว่าความในคดีดังกล่าวที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของจำเลยที่ 1 อีกทั้งใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4729/2540

จำเลยในฐานะทนายความของโจทก์มีหน้าที่ต้องจัดทำคำให้การแทนโจทก์ และต้องยื่นให้ทันภายในกำหนดเวลายื่นคำให้การ เมื่อจำเลยนำคำให้การมายื่นเมื่อพ้นระยะเวลายื่นคำให้การแล้ว ทั้งมิได้ดำเนินการเพื่อขออนุญาตยื่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2538

คดีที่จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทเป็นคดีที่ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายการ วินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5032/2537

ตามสัญญาจ้างระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ ข้อ 22 ความว่า"ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จตามสัญญาแต่ผู้ว่าจ้างก็ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นรายวัน" เบี้ยปรับดังกล่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2537

ค่าปรับที่โจทก์และจำเลยตกลงกำหนดกันไว้นั้น ถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับเพื่อการที่จะชดใช้หรือบรรเทาความเสียหายอันอาจจะมีหรือเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า ถ้าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้