Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9332/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้ประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน" บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษเฉพาะผู้ประกอบกิจการดังกล่าวไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน เมื่อจำเลยเป็นเพียงลูกจ้างของ อ. ผู้ไปขออนุญาตจากนายทะเบียนดังที่กฎหมายบัญญัติไว้ ดังนั้นจะถือว่าจำเลยมีเจตนาประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38, 79

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79 ฐานประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 200,000 บาท ทางนำสืบและคำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 150,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่ได้โต้แย้งรับฟังยุติได้ว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของนายอนุรัตน์ ทำการขายแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ตามตลาดนัดในเมืองพิษณุโลก โดยนายอนุรัตน์ได้ไปยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์บริเวณตลาดนัดคนเดิน หมู่ที่ 7 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ต่อสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2552 ตามใบรับ ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยจำหน่ายแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ที่ร้านแผงลอยตลาดนัดคนเดิน ถนนสังฆบูชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกและถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม พร้อมยึดแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ 177 แผ่น เป็นของกลางซึ่งสถานที่จำหน่ายอยู่คนละแห่งกับที่ระบุในใบรับข้างต้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้ประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน" บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษเฉพาะผู้ประกอบกิจการดังกล่าวไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน เมื่อจำเลยเป็นเพียงลูกจ้างของนายอนุรัตน์ ผู้ไปขออนุญาตจากนายทะเบียนดังที่กฎหมายบัญญัติไว้ อีกทั้งเมื่อจำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยได้แสดงใบรับที่แสดงว่านายอนุรัตน์นายจ้างได้ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจดูทันที และตามหนังสือสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก ที่

พล 0031/569 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2553 ระบุว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก ขอเรียนให้ทราบว่าร้านบริเวณตลาดนัดวังทองหมู่ที่ 1 ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก และร้านบริเวณตลาดนัดคนเดินวัดจันทร์ หมู่ที่ 7 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ได้ยื่นคำขออนุญาตแล้วทั้งสองแห่ง ถือว่าไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากนั้นปรากฏจากแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ผู้อำนวยการสำนักงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตอบข้อหารือตาม ข้อ 5 ระบุว่า "ใบรับ" มิใช่ใบอนุญาตและมิใช่ใบแทนใบอนุญาต แต่สามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงว่าผู้ประกอบการมีเจตจำนงที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย หากมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจก็ใช้ใบรับนี้แสดงให้ดูว่าได้ไปยื่นขออนุญาตแล้ว

ถือว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ดังนี้ แม้หมายเหตุในใบรับ ระบุว่า "ผู้ประกอบกิจการต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อนจึงจะประกอบกิจการได้" ทำให้เห็นว่ายังห้ามผู้ประกอบกิจการที่เพียงแต่ยื่นคำขออยู่ แสดงว่าความเห็นดังกล่าวไม่ถูกต้องและนายอนุรัตน์นายจ้างของจำเลยจะยังไม่ได้รับใบอนุญาตก็ตาม แต่จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างก็ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวโดยแสดงใบรับให้เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมดูด้วย ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยมีประสบการณ์กระทำทำนองนี้มาก่อน พฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่า จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าปฏิบัติตามนั้นได้ ดังนั้น จะถือว่าจำเลยมีเจตนาประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหาได้ไม่ สำหรับฎีกาของโจทก์ที่ว่า นายอนุรัตน์ยื่นคำขอใบอนุญาตเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภาภูมิ สรอัฑฒ์ · ปริญญา ดีผดุง · อดิเทพ ถิระวัฒน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายวิโรจน์ เชาวนุรัตน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายบวร กุลทนันทน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1158/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ537/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ245/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17849/2555

การกระทำของจำเลยในความผิดฐานมีไว้ซึ่งภาพยนตร์ลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้าและฐานจำหน่ายภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เป็นความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4093/2555

ความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนต์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79 และมาตรา 54 วรรคหนึ่ง, 82 สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่จำเลยประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ดังนั้น แผ่นวีซีดีภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7195/2554

ความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง มีองค์ประกอบเพียงการกระทำด้วยการประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ในลักษณะที่ทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน และก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7196/2554

ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานให้เช่าภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามฟ้องข้อ (ค) ในวันเวลาเดียวกันกับความผิดฐาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14093/2553

โจทก์บรรยายฟ้องนำข้อความในบทบัญญัติในมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มากล่าวในฟ้องเท่านั้น ไม่ได้บรรยายถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียดในการกระทำความผิดของจำเลยว่า จำเลยประกอบกิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้