Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิการเช่าซึ่งได้แก่สิทธิที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่าซึ่งหญิงมีสามีได้มาระหว่างสมรส ย่อมเป็นสินบริคณห์ ซึ่งภรรยาถ้าทำการผูกพันสิทธิการเช่าโดยมิได้รับอนุญาตจากสามีแล้ว สามีอาจบอกล้างเสียได้ แต่จะต้องไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ให้เช่าด้วย เพราะสิทธิการเช่าจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย และสัญญาเช่าการที่ภรรยาซึ่งเป็นผู้เช่าได้สิทธิการเช่ามาในระหว่างสมรส และโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลอื่นโดยผู้ให้เช่ายินยอมด้วย ในเมื่อการเช่าทรัพย์เป็นสิทธิเฉพาะตัว ถ้าภรรยาซึ่งเป็นผู้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่านั้นไม่ได้ ฉะนั้น สามีย่อมจะบอกล้างการโอนการเช่าดังกล่าวเพื่อให้กลับมีสภาพคงคืนตามสัญญาเช่าเดิมก็ไม่ได้ดุจกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีจำเลยที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2490 จำเลยที่ 1 โดยความยินยอมของโจทก์และทำการแทนโจทก์ ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินและโรงเรือนจากจำเลยที่ 3 ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถือว่าเป็นเคหะได้รับความคุ้มครอง ต่อมาจำเลยสมคบกันโดยจำเลยที่ 2 จัดให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 3 ได้เปลี่ยนตัวผู้เช่าใหม่ จากจำเลยที่ 1 มาเป็นจำเลยที่ 2 แทนนิติกรรมจึงเป็นโมฆียะ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสามจัดการโอนสิทธิการเช่ามาเป็นของจำเลยที่ 1 ห้ามจำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องหากไม่ปฏิบัติตามให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 เป็นภรรยาโจทก์และได้สิทธิการเช่ามาในระหว่างเป็นสามีภรรยากัน และจำเลยที่ 1 โอนสิทธิการเช่าให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 ยินยอมก็ตาม แต่การเช่าทรัพย์เป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อโจทก์ยินยอมมอบให้จำเลยที่ 1 ไปทำสัญญาเช่าโดยโจทก์ไม่ได้เปิดเผยชื่อตัวการ โจทก์ไม่อาจจะกระทำการใด ๆ ให้เสื่อมเสียแก่บุคคลภายนอกได้

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดียังมีข้อเท็จจริงที่ศาลจะต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายกให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นความแล้วพิพากษาใหม่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิการเช่าคือสิทธิที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินซึ่งจำเลยที่ 1 ได้มานั้น เป็นทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสและสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตามธรรมดาถ้าจำเลยที่ 1 ทำการอันเป็นการผูกพันสิทธิการเช่าโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์แล้ว โจทก์อาจบอกล้างเสียได้ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ให้เช่า แต่ถ้ากระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ให้เช่าแล้ว

จะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายอันว่าด้วยการเช่าและสัญญาเช่า ดังคำพิพากษาฎีกาที่ 1/2502 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 บัญญัติห้ามมิให้ผู้เช่าเอาทรัพย์สินที่เช่าไปให้เช่าช่วงและห้ามโอนสิทธิการเช่าไปให้แก่บุคคลภายนอก บทบัญญัติมาตรานี้ย่อมเป็นหลักอยู่ว่า สิทธิเรียกร้องที่จะได้ใช้หรือรับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่าต่อผู้ให้เช่านั้นเป็นสิทธิเฉพาะตัวผู้เช่าเท่านั้น จะโอนจะแบ่งตามกฎหมายครอบครัวก็ดี ตามนิติกรรมก็ดี ถ้ามิได้มีข้อตกลงไว้ในสัญญาเช่า หรือมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าแล้ว ก็เป็นอันว่าจะโอนจะแบ่งไปยังบุคคลภายนอกแม้จะเป็นสามีหรือภรรยาหรือทายาทของผู้เช่าไม่ได้หลักกฎหมายว่าด้วยการเช่ามีข้อจำกัดอยู่ดังนี้ จึงมีผลไปถึงว่าถ้าภรรยาซึ่งเป็นผู้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าต่อผู้ให้เช่าแล้วสามีก็บอกล้างการบอกเลิกสัญญานั้นไม่ได้

สำหรับการโอนการเช่าในคดีนี้ ก่อให้เกิดผล 2 ประการ คือ สัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 เลิกหรือระงับไปและมีสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ขึ้น โจทก์จะบอกเลิกล้างการโอนการเช่าในคดีนี้เพื่อให้กลับมีสภาพคงคืนตามสัญญาเช่าเดิมหาได้ไม่พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้