Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เยาว์และผู้แทนโดยชอบธรรมร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องคดีและทำสัญญายอมความ โดยผู้เยาว์มิได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและผู้แทนโดยชอบธรรมก็ไม่เคยให้สัตยาบัน ดังนี้ ผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นได้ผู้ที่อ้างว่าเป็นบิดาและมารดาฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญายอมความที่ผู้เยาว์ทำไว้ โดยอ้างว่าบิดามิได้ให้ความยินยอม ถ้ายังปรากฏความในฟ้องต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่าผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้แล้ว แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าบิดาไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ก็ถือได้ว่าฟ้องตรงกับประเด็นแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า นางสาวบุญเยื้อง กับนางอบโจทก์ซึ่งเป็นมารดานางสาวบุญเยื้อง ได้ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยแล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลได้พิพากษาคดีตามยอมปรากฎอยู่ในสำนวนคดีแดงที่ 34/2488 ของศาลแพ่ง จำเลยยังไม่ทันเอาเงินมาชำระตามยอม โจทก์ก็มาฟ้องเป็นคดีนี้ ขอให้ทำลายสัญญายอมความดังกล่าว โดยอ้างว่านางสาวบุญเยื้องยังไม่บรรลุนิติภาวะนายเจิมโจทก์อ้างว่าเป็นบิดา ไม่ได้รู้เห็นยินยอมจำเลยต่อสู้ว่านายเจิมโจทก์มิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายนางอบโจทก์ผู้เป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมได้ยินยอมอนุญาตแล้วและคัดค้านว่านางสาวบุญเยื้องบรรลุนิติภาวะแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว สั่งว่านางสาวบุญเยื้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ นายเจิมมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงให้นางอบโจทก์ผู้เป็นมารดาดำเนินคดีแทนนางสาวบุญเยื้องผู้เยาว์ต่อไปด้วยแล้วพิพากษาว่าสัญญายอมความเป็นโมฆะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ฟ้องขอให้เลิกล้างสัญญายอมความอ้างเหตุแต่เพียงว่า นายเจิมบิดามิได้ให้ความยินยอม เมื่อปรากฎว่านายเจิมมิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมก็ควรยกฟ้องนั้น ปรากฎว่าโจทก์ได้กล่าวไว้ในฟ้องด้วยว่า "และซึ่งด้วยประการใดก็ตาม นางสาวบุญเยื้องไม่มีสิทธิทำได้ตามกฎหมายเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากศาลและจากโจทก์ที่ 1 สัญญาประนีประนอมจึงตกเป็นโมฆะ" ดังนี้ แสดงอยู่ว่าโจทก์ฟ้องโดยหมายความว่านางสาวบุญเยื้องเป็นผู้เยาว์ไม่อาจทำนิติกรรมโดยตนเองได้ซึ่งตรงกับประเด็นเรื่องนี้แล้ว และเห็นว่า

คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่านางสาวบุญเยื้องได้ฟ้องโจทก์และทำสัญญายอมความโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมและทั้งผู้แทนโดยชอบธรรมยังไม่เคยให้สัตยาบัน ศาลก็ต้องพิพากษาให้เพิกถอนสัญญายอมความนั้นจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6444/2561

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันยักย้ายปิดบังทรัพย์มรดกของ ด. แบ่งปันกันเอง โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันอ้างว่า ด. มีบุตร 3 คน ซึ่งเป็นความเท็จ และร่วมกันแบ่งทรัพย์มรดกของ ด. โดยไม่แบ่งปันให้แก่โจทก์และบุตร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554427)

คำฟ้องของโจทก์ทั้งหมดบรรยายว่า โจทก์ทั้งหมดมีสิทธิได้รับการปรับอัตราค่าจ้างและได้รับบำเหน็จในส่วนที่ขาดตามมติคณะรัฐมนตรีและบันทึกข้อตกลงซึ่งเป็นสภาพแห่งข้อหา โดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2554

การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีทุกประเด็นแต่ไม่ได้มีคำพิพากษาในคำขอเกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 โอนคืนให้แก่โจทก์ โจทก์จึงอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7953/2553

การที่จำเลยทำหนังสือแจ้งผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งภริยาโจทก์ไปร้องเรียนไว้ว่าจะซ่อมแซมทาวน์เฮาส์ของโจทก์ เป็นกรณีที่จำเลยกระทำการใดๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้