Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยสัญญาจะให้โจทก์เช่าที่ดินซึ่งจำเลยกำลังฟ้องขับไล่ผู้เช่าเดิมออก และโจทก์ได้ให้มัดจำแก่จำเลยและเข้าครอบครองที่ดินนั้นแล้ว โดยจำเลยสัญญาว่าถ้าเสร็จคดีจะเรียกโจทก์มาทำสัญญาจดทะเบียนการเช่า ต่อมาเมื่อเสร็จคดีจำเลยกลับผิดสัญญานั้น ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องถูกปรับเพราะไม่อาจโอนสิทธิการเช่าที่ดินเดิมที่โจทก์เช่าอยู่ รวมทั้งขายบ้านให้บุคคลอื่นได้ มิใช่เป็นความเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้น โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายนี้จากจำเลยไม่ได้ส่วนเงินที่โจทก์ต้องเสียไปเป็นค่าทำรั้วในที่ดินที่จำเลยสัญญาจะให้โจทก์เช่า โดยจำเลยยอมให้โจทก์ทำได้นั้น เมื่อจำเลยผิดสัญญาย่อมถือว่าเป็นความเสียหายในพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งจำเลยคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นล่วงหน้าก่อนแล้ว โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายนั้นจากจำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเสนอจะให้โจทก์เช่าที่ดินซึ่งจำเลยกำลังฟ้องขับไล่ผู้เช่าเดิมออก โจทก์ตกลงรับเช่าจากจำเลย 10 ปี เมื่อเสร็จคดีจำเลยจะเรียกโจทก์ไปทำสัญญาเช่าทันที จำเลยได้รับมัดจำเป็นเงินสดจากโจทก์ 2,000 บาท และเป็นเช็คอีก 2,000 บาท โจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินที่ตกลงเช่า ต่อมาเมื่อจำเลยฟ้องขับไล่ผู้เช่าเดิมเสร็จคดีแล้ว กลับผิดสัญญาไม่ยอมทำจดทะเบียนการเช่าให้โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้คดีศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายและค่าทำรั้วให้โจทก์ 4,550 บาทและคืนเช็คให้โจทก์ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า

การเรียกร้องเอาค่าเสียหายนั้น ได้แก่เรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหาย เช่นตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้นั้น แต่ความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษเช่นที่โจทก์ได้มีส่วนเพิ่มเติมเสริมต่อจึงเกิดเป็นความเสียหายขึ้นแล้วโจทก์จะเรียกเอาได้ก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 1 ได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นล่วงหน้ามาก่อนแล้ว ฉะนั้นค่าเสียหายที่โจทก์อ้างว่า ถูกนายลิ่วเคยปรับ 40,000 บาท โดยโจทก์ไม่สามารถเซ้งที่ดินและบ้านเดิมให้นายลิ่วเคยได้นั้น เมื่อจำเลยปฏิเสธว่าจำเลยมิได้รู้เห็นในการที่โจทก์ทำสัญญากับนายลิ่วเคยและโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นและเมื่อค่าปรับที่โจทก์อ้างเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะโจทก์ไปทำสัญญาไว้กับนายลิ่วเคย

หาใช่เป็นความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การที่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามสัญญา ฉะนั้น ไม่ว่าโจทก์จะถูกนายลิ่วเคยปรับจริงดังที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่ โจทก์ก็จะเรียกค่าสินไหมทดแทนรายนี้มิได้ส่วนกรณีค่าเสียหายที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้ทำรั้วลงในที่ดินที่จำเลยที่ 1 สัญญาว่าจะให้โจทก์เช่าเป็นเงิน 4,550 บาทนั้น ข้อนี้จำเลยที่ 1 ได้ให้การว่าโจทก์ขอทำรั้วในที่ดินที่จะให้เช่าก่อนทำหนังสือและจดทะเบียนเช่า จำเลยที่ 1 ก็ยินยอมตามที่โจทก์ขอร้องย่อมถือได้ว่าเป็นความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ เมื่อจำเลยได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์ล่วงหน้าก่อนแล้วว่าถ้าจำเลยไม่ยอมให้โจทก์เช่าที่ดินตามสัญญา โจทก์ย่อมเสียหายค่าทำรั้วไป ฉะนั้น โจทก์ย่อมเรียกเอาค่าเสียหายนี้ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท สุมาวงศ์ · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้