Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9402/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ. ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันที่บริษัท ว. เป็นผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยเหตุเกิดจากจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยด้วยความประมาทเลินเล่อ โจทก์ที่ 1 ในฐานะทายาทโดยธรรมของ บ. ผู้ประสบภัยจึงมีสิทธิได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง และมาตรา 24 วรรคหนึ่ง บริษัท ว. จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 50,000 บาท แล้ว เมื่อเหตุละเมิดเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 บริษัท ว. มีสิทธิเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับ ตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว เช่นนี้จำเลยที่ 2 ชอบที่จะกันเงิน 50,000 บาท ไว้เพื่อคืนแก่บริษัท ว. ดังนั้นความรับผิดของจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์ที่ 1 ตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจึงเหลือเพียง 50,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 2 วางเงินชำระต่อศาลชั้นต้นไว้แล้ว 50,000 บาท เมื่อรวมกับเงิน 50,000 บาท ที่ต้องกันไว้เพื่อคืนบริษัท ว. แล้ว เป็นเงิน 100,000 บาท เต็มวงเงินคุ้มครองผู้ประสบภัย 100,000 บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิตแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 50,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 อีก แต่เนื่องจากจำเลยที่ 2 วางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระแก่โจทก์ที่ 1 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงมีความรับผิดในดอกเบี้ยของต้นเงิน 50,000 บาท จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ จำเลยที่ 2 จึงต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2550

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 4456/2550 ของศาลชั้นต้น โดยให้เรียกโจทก์สำนวนนี้ว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 4456/2550 ดังกล่าวว่าโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ แต่คดีสำหรับโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ที่ 1 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,035,433 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 วางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 50,000 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 344,833 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 46,000 บาท และชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 15,610 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 7,610 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 6 กรกฎาคม 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 รับผิดในดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 6 กรกฎาคม 2549) จนกว่าจะชำระเสร็จยกฟ้องโจทก์ที่ 2 สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 4,000 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 600 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 400 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง (ที่ใช้บังคับขณะยื่นฟ้อง) ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของศาลฎีกา จำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยที่ 1 เอาประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน บจ 1731 ตาก ไว้ต่อจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 จำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัย 100,000 บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิต ตามตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2548 ซึ่งอยู่ในระยะเวลาประกันภัย จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยลงสะพานต่างระดับแล้วเลี้ยวไปด้านขวาเพื่อกลับรถอย่างกระชั้นชิด เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 7 ก

- 0214 ชลบุรี ที่แล่นตามมา พุ่งชนรถยนต์ของจำเลยที่ 1 จนนายบัญชา ซึ่งเป็นบุตรโจทก์ที่ 1 และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กระเด็นจากรถ ศีรษะกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา โดยจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 100,000 บาท ตามตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถดังกล่าว ก่อนโจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีนี้ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัยรถจักรยานยนต์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ได้จ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 แล้ว 50,000 บาท ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า นอกจากเงินที่จำเลยที่ 2 วางต่อศาลชั้นต้นวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 เพื่อชำระแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 50,000 บาท แล้ว

จำเลยที่ 2 ยังมีความรับผิดต่อโจทก์ที่ 1 อีกหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ที่นายบัญชา นั่งซ้อนท้ายมา มีการเอาประกันภัยภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ไว้ต่อบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด หลังเกิดเหตุบริษัทดังกล่าวได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น 50,000 บาท โดยจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล 15,000 บาท และจ่ายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นค่าปลงศพ 35,000 บาท กรณีนี้ความเสียหายเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด มีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 1 เอาประกันภัยภาคบังคับไว้ต่อจำเลยที่ 2 โดยมีจำนวนเงินคุ้มครองกรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิต 100,000 บาท

บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดแทนจำเลยที่ 1 ในจำนวนเงิน 50,000 บาท ที่จ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้น จึงคงเหลือวงเงินที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดอีก 50,000 บาท จำเลยที่ 2 วางเงิน 50,000 บาท ต่อศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้ว จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ 1 อีก หากจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดอีก 50,000 บาท โจทก์ที่ 1 จะได้รับค่าเสียหาย 150,000 บาท เกินจำนวนเงินคุ้มครองกรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิต และบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จะไล่เบี้ยเอากับจำเลยที่ 2 ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ 2 รับผิดเต็มวงเงินแล้ว นั้น เห็นว่า นายบัญชาซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันที่บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด เป็นผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยเหตุเกิดจากจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัย เลี้ยวกลับรถด้วยความประมาทเลินเล่อ ทำให้รถจักรยานยนต์พุ่งชนรถยนต์ของจำเลยที่ 1 และนายบัญชาตกจากรถจักรยานยนต์ศีรษะกระแทกพื้น โจทก์ที่ 1 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายบัญชาผู้ประสบภัยจึงมีสิทธิได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง และมาตรา 24 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถที่บริษัทได้รับประกันภัยไว้ ให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย และในกรณีที่รถตั้งแต่สองคันขึ้นไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยซึ่งอยู่ในรถ ให้บริษัทที่รับประกันภัยรถแต่ละคันจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยซึ่งอยู่ในรถคันที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท

บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถจักรยานยนต์คันที่นายบัญชานั่งซ้อนท้ายมาได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 50,000 บาท แล้ว เมื่อเหตุละเมิดเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด มีสิทธิเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับ ตามบทบัญญัติมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เช่นนี้ จำเลยที่ 2 ชอบที่จะกันเงิน 50,000 บาท ไว้เพื่อคืนแก่บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ดังนั้นความรับผิดของจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์ที่ 1 ตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจึงเหลือเพียง 50,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 2 วางเงินชำระต่อศาลชั้นต้นไว้แล้ว 50,000 บาท

เมื่อรวมกับจำนวนเงิน 50,000 บาท ที่ต้องกันไว้เพื่อคืนบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด แล้ว เป็นเงิน 100,000 บาท ซึ่งเต็มวงเงินคุ้มครองผู้ประสบภัย 100,000 บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับการเสียชีวิตตามตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ แล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 50,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 อีก ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงฟังขึ้น แต่เนื่องจากจำเลยที่ 2 วางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระแก่โจทก์ที่ 1 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงมีความรับผิดในดอกเบี้ยของต้นเงิน 50,000 บาท จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ จำเลยที่ 2 จึงต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2550 รวมระยะเวลา 326 วัน คิดเป็นดอกเบี้ย 3,349.31 บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 รับผิดชำระเฉพาะดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 3,349.31 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ดุลพินิจธรรมา · เกษม เกษมปัญญา · ปกรณ์ มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพัทยา - นายชาตรี พงษ์อาภา
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.273/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2061/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ4455/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้