Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรสได้ร่วมกันปลูกเรือนในที่ดินของบิดาจำเลย ระหว่างอยู่กินเป็นสามีภริยากัน ย่อมเป็นเจ้าของเรือนร่วมกันปัญหาที่ว่า เรือนซึ่งโจทก์จำเลยปลูกทำลงไว้ในที่ดินของบิดาจำเลย จะเป็นส่วนควบของที่ดินและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบิดาจำเลยหรือไม่นั้นไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนเพราะการที่ทรัพย์สินใดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนคนใดย่อมเป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคลนั้น หาได้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วไปไม่เมื่อมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้น ย่อมยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกามิได้โจทก์ฟ้องขอแบ่งข้าวเปลือกซึ่งทำนาร่วมกันจากจำเลยกึ่งหนึ่งจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ได้เก็บเกี่ยวข้าวในนาของมารดาโจทก์ ซึ่งจำเลยร่วมทำด้วยไป เป็นการแบ่งข้าวเปลือกกันแล้วเมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการตกลงแบ่งกันเช่นนั้น ทั้งโจทก์ก็มิได้รับว่าจำเลยได้ร่วมทำนาของมารดาโจทก์ด้วยจำเลยจะใช้วิธีการต่างคนต่างเก็บเกี่ยวข้าวกันไป เป็นการหักกลบลบกันไปเช่นนั้นหาได้ไม่ เพราะไม่ปรากฏว่าได้มีการตกลงกันเช่นนั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรสจำเลยขับไล่โจทก์ โจทก์ต้องพาบุตรไปอาศัยอยู่กับมารดา โจทก์ขอแบ่งทรัพย์ที่ทำมาหาได้ด้วยกันระหว่างเป็นสามีภริยากึ่งหนึ่ง ซึ่งมีเรือน 1 หลัง ที่นา 1 แปลง ตู้ฝากกระจก 2 ใบ ตู้กับข้าว 1 ใบ และข้าวเปลือกที่ได้จากการทำนา จำเลยไม่ยอมแบ่ง ขอให้บังคับ จำเลยต่อสู้ว่า เรือนเป็นของนายทองดีบิดาจำเลยให้อาศัย ที่นาได้ขายเอาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวหมดแล้ว ตู้ฝากกระจกใบหนึ่งยืมจากบิดา ตู้นอกนั้นจำเลยประกอบขึ้นเอง ส่วนข้าวเปลือกได้ประมาณ 500 ถังแต่โจทก์เกี่ยวข้าวจากนามารดาโจทก์ที่ร่วมกันทำ เป็นการแบ่งกันแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เรือน 1 หลัง ตู้ฝากกระจก 1 ใบตู้กับข้าว 1 ใบและข้าวเปลือก 360 ถัง เป็นทรัพย์ที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ระหว่างอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา เมื่อโจทก์จำเลยเลิกกันก็ต้องแบ่งกันคนละกึ่ง หากแบ่งไม่ได้ ให้ขายทอดตลาดแบ่งกันตามส่วนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จำเลยได้ร่วมกันปลูกเรือนพิพาทระหว่างอยู่กินเป็นสามีภริยากัน จึงเป็นเจ้าของร่วมกัน ส่วนข้าวเปลือกที่ทำนาร่วมกัน หลังจากหักค่าเช่าแล้วคงเหลือ 360 ถัง ซึ่งจำเลยเก็บเกี่ยวไป ต้องแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่งข้อที่จำเลยว่าโจทก์ได้เก็บเกี่ยวในนาของนางทองมามารดาโจทก์ซึ่งจำเลยได้ร่วมทำด้วยไป เป็นการแบ่งข้าวเปลือกกันแล้วนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะใช้วิธีการต่างคนต่างเก็บเกี่ยวข้าวกันไป เป็นการหักกลบลบกันไปเช่นนั้นไม่ได้ เพราะไม่ปรากฏว่าได้มีการพูดจาตกลงแบ่งกันเช่นนั้น ทั้งโจทก์ก็มิได้รับว่า จำเลยได้ร่วมทำนาของนางทองมามารดาโจทก์ด้วยส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าเรือนพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดิน นายทองดีบิดาจำเลยย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เรือนพิพาทหลังนี้ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นก็ตาม จำเลยชอบที่จะหยิบยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาข้อกฎหมายนี้มิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนการที่ทรัพย์สินใดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนคนใด ย่อมเป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคลนั้น หาได้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วไปไม่ เมื่อจำเลยมิได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์จึงไม่วินิจฉัยนั้น จึงถูกต้องแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปันโน สุขทรรศนีย์ · ยง เหลืองรังษี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้