คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องอ้างว่า เป็นภรรยาพระยาสากลกิจประมวลโดยโจทก์และพระยาสากลกิจประมวลต่างมีสินเดิม บัดนี้พระยาสากลกิจประมวลถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นบุตรพระยาสากลกิจประมวล ได้เก็บรวบรวมทรัพย์สินเดิมและสินสมรส ไม่แบ่งให้โจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอแบ่งมรดกศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสินเดิม จึงไม่มีสิทธิขอแบ่งสินสมรสและพระยาสากลกิจประมวลได้ทำพินัยกรรมไว้ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งมีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันกับพระยาสากลกิจประมวลย่อมเป็นของโจทก์ส่วนหนึ่งนั้น ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยเรื่องทำนองนี้ไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 577/2488 แล้วว่า แม้ผัวจะได้โอนโฉนดที่ดินใส่ชื่อเมียก็ต้องถือว่าเป็นสินสมรส เมื่อโจทก์ไม่มีสินเดิม ก็ย่อมไม่มีส่วนได้สินสมรส
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน