Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิของผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมอันยังมิได้จดทะเบียนที่มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามมาตรา 1299 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นถ้าคู่ความมิได้ตั้งประเด็นยกเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำฟ้องคำให้การย่อมไม่เป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะยกขึ้นวินิจฉัยปรับแก่คดีได้ทั้งไม่ใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปทำลายพืชผลของโจทก์ในที่ดินตามโฉนดที่ ๒๑๗๗ ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ขอให้ขับไล่จำเลยห้ามเข้าเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การ เพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องเดิมเป็นของบิดามารดาจำเลย ซึ่งได้ปกครองและถือตนเป็นเจ้าของมาโดยสงบเปิดเผยเป็นเวลาติดต่อกันมาไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปีแล้วได้แจ้งการครอบครองไว้แล้ว เมื่อบิดาจำเลยตาย ที่ดินตกมาเป็นของมารดา ๆ ได้ยกให้จำเลย ๆ ก็เข้าครอบครองทำประโยชน์ต่อมาจำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้องโจทก์และพิพากษาว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปรปักษ์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยไม่เคยครอบครองที่ดินพิพาททั้งไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาด้วยความสงบเปิดเผยอย่างเป็นเจ้าของมาแต่ครั้งบิดามารดากว่า ๒๐ ปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ความเสียหายของโจทก์เกี่ยวกับพืชผลในที่ดินพิพาทฟังไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ และพิพากษาตามฟ้องแย้งว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทในทางครอบครองเกิน ๑๐ ปีตามมาตรา ๑๓๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ทั้งฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ได้ที่ดินพิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริต แม้จำเลยได้กรรมสิทธิ์มาโดยการครอบครอง ก็ยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๙๙ โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ โจทก์ไม่ใช่เจ้าของพืชผลจึงไม่ได้รับความเสียหาย จำเลยจึงไม่ต้องใช้ให้ พิพากษาแก้เป็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาต่อมา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดรายพิพาท จำเลยบุกรุกเข้าไปทำความเสียหายพืชผลของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้อง บิดามารดาจำเลยได้ปกครองโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมานานจำเลยก็ครอบครองต่อมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี จำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองปรปักษ์ โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งเพียงว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยไม่เคยครอบครองที่ดินพิพาทนี้เลย โจทก์ไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ฟ้องแย้งเลยว่าแม้บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ไปแล้วก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์มิได้ เพราะโจทก์เป็นผู้รับโอนโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ ปัญหาข้อนี้จึงไม่เป็นประเด็นแห่งคดีนี้ และทั้งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นและวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะครอบครองปรปักษ์ก็ไม่อาจยกขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตามมาตรา ๑๒๙๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ประเด็นในคดีนี้คงมีเพียงว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินมากว่า ๑๐ ปีจริงหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยเชื่อพยานหลักฐานฝ่ายจำเลยว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทมาเป็นเวลา ๔๐ ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสังข์ศรี ศรีตุลา
ศาลอุทธรณ์ - นายเวท ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้