Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอุทธรณ์ ไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลจากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมาเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่นแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวให้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีแม้คดีนี้กับคดีก่อนจะเป็นการกระทำอันเดียวกันข้อหาอย่างเดียวกัน และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แต่เมื่อมิใช่จำเลยคนเดียวกันจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษฐานประกอบการขนส่งไม่ประจำทางข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหานี้ตามที่โจทก์ฟ้องได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 39 ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 195 ป.วิ.อ. มาตรา 225 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 23 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 71 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 126 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 148 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.พ.พ. มาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนี้กับจำเลยในคดีก่อนร่วมกันประกอบการขนส่งไม่ประจำทางโดยนำรถยนต์บรรทุกส่งของไปตามถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งและร่วมกันนำรถคันดังกล่าวซึ่งยังมิได้เสียภาษีประจำปีมาใช้ในการขนส่ง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 23, 71, 126, 148 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 126 ปรับ 20,000 บาทกระทงหนึ่ง ผิดมาตรา 71 ประกอบมาตรา 148 ปรับ 2,000 บาท อีกกระทงหนึ่ง รวมปรับ 22,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นฟังคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งให้การในฐานะพยานในคดีที่นายนิยม พะยอมใหม่ เป็นผู้ต้องหามาฟังลงโทษจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของสิบตำรวจเอกวิสิทธิ์ ดินแดง และสิบตำรวจโทแวว สิงห์ประเสริฐ พยานโจทก์ซึ่งมิได้รู้เห็นเอง เป็นพยานบอกเล่าไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการฟังพยานหลักฐาน แต่ปรากฏว่าจำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย และศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้ว ฟังว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ของกลาง และได้ใช้ให้นายนิยมขับรถยนต์ของกลางไปใช้ในกิจการของจำเลย โดยจำเลยมิได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งและรถยนต์ของกลางมิได้เสียภาษีรถประจำปี ซึ่งในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าว

ศาลอุทธรณ์ก็ไม่ได้ฟังพยานโจทก์จากคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยในฐานะพยานในคดีที่นายนิยมเป็นผู้ต้องหาแต่อย่างใด และก็ไม่ได้ฟังพยานโจทก์เฉพาะแต่คำเบิกความของสิบตำรวจเอกวิสิทธิ์ ดินแดงและสิบตำรวจโทแวว สิงห์ประเสริฐ ในส่วนที่ได้รับคำบอกเล่ามาจากนายนิยมเท่านั้น

ศาลอุทธรณ์ยังได้วินิจฉัยด้วยว่าพยานโจทก์ทั้งสองเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ขณะรถยนต์ของกลางแล่นอยู่บนถนนมิตรภาพด้วยตนเอง และยังได้ฟังคำเบิกความของนายเกื้อ แซ่อึ้ง อดีตสามีของจำเลยซึ่งเบิกความว่าหลังจากแยกทางกับจำเลยแล้วได้ให้รถยนต์ของกลางแก่จำเลยใช้สอยต่อมา นอกจากนั้นศาลอุทธรณ์ยังฟังคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกสมบูรณ์ สีหะรัตน์ พนักงานสอบสวนประกอบด้วยว่าจำเลยให้การรับต่อพยานว่าเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ของกลางและใช้ให้นายนิยมขับไปในกิจการรับเหมาถมดินของจำเลย เมื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว

ศาลอุทธรณ์หาจำต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายทั้ง 2 ข้อ ที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์อีกไม่ เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีหรือไม่อาจทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไปในทางอื่น ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาอีกประการหนึ่งว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีที่โจทก์ฟ้องนายนิยม พะยอมใหม่ เป็นจำเลยในการกระทำอันเดียวกันและข้อหาอย่างเดียวกับคดีนี้ และศาลได้พิพากษาลงโทษนายนิยม คดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ข้อนี้เห็นว่า กรณีจะเป็นการฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) นั้นจะต้องปรากฏว่าจำเลยในคดีก่อนกับจำเลยคดีนี้เป็นคนเดียวกัน และศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดสำหรับการกระทำความผิดของจำเลยในครั้งนั้นไปแล้ว จึงจะนำคดีมาฟ้องจำเลยคนนั้นสำหรับการกระทำครั้งเดียวกันอีกไม่ได้ดังนั้น เมื่อจำเลยมิได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีก่อนร่วมกับนายนิยมด้วย โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ หาเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวไม่...

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยประกอบการขนส่งไม่ประจำทางโดยนำรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ลบ. 20532 บรรทุกวัสดุการก่อสร้างไปตามถนนมิตรภาพเพื่อนำไปส่งที่ตำบลมิตรภาพ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23, 126 แต่ปรากฏตามทางพิจารณาว่าจำเลยนำรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยไปใช้ในกิจการรับเหมาถมดินของจำเลยโดยจำเลยใช้ให้นายนิยมขับรถบรรทุกวัสดุก่อสร้างไปส่งยังสถานที่ของผู้ว่าจ้าง การกระทำของจำเลยจึงไม่อยู่ในความหมายแห่งคำว่า "การขนส่งไม่ประจำทาง" ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ซึ่งจะต้องเป็นการขนส่งเพื่อสินจ้าง จึงจะเป็นความผิด สำหรับกรณีของจำเลยจะเป็นผิดก็แต่ในส่วนที่ว่าเป็น

"การขนส่งส่วนบุคคล" ตามที่กฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว แต่โจทก์หาได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยสำหรับการกระทำในข้อหานี้ไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ คดีไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหานี้ตามที่โจทก์ฟ้องได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยมิได้หยิบยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็เห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23, 126 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2563

เดิมโจทก์ร่วมเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในคดีหมายเลขดำที่ 481/2558 ซึ่งเป็นการกระทำเดียวกันกับคดีนี้ ต่อมาโจทก์ร่วมยื่นคำร้องข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3851/2563

ภายหลังจากจำเลยกระทำความผิดคดีนี้ ได้มี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2559 มาตรา 3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2541 โดยมาตรา 5 วรรคสอง ให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีฐานะเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2563

คำว่า "ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน" ตามบทบัญญัติของ ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก หมายถึงการเป็นภริยาหรือสามีกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว ลักษณะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 169/2562

การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลแล้วไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือและแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานเป็นเหตุให้บุคคลนั้นถึงแก่ความตาย ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้ได้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7180/2560

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นคนรักของจำเลยที่ 1 และไปคบหากับเพื่อนชายคนใหม่ จำเลยที่ 1 เข้าไปในหอพักเห็นโจทก์ร่วมที่ 1 นอนดูหนังอยู่กับโจทก์ร่วมที่ 2 จึงเกิดความโมโหและเข้าทำร้ายร่างกายโจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้