คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๘๕๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างเหตุไม่ทราบคำฟ้องเพราะมิได้พักอยู่ที่บ้านตามที่โจทก์ระบุไว้ ในคำฟ้องหลายปีแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ ๒ ทราบคำฟ้องแล้วจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา มีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๒ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการส่งหมายจนระยะเวลาล่วงเลยมานานแล้ว
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๒ เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาใหม่ต่อไป จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๙ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ ดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยตามฎีกาประการอื่นของจำเลยที่ ๒ อีกต่อไป
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ .