Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9467/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องคดีนี้ก่อน แต่ประเด็นข้อพิพาทซึ่งศาลต้องวินิจฉัยชี้ขาดทั้งสองคดีเป็นอย่างเดียวกันว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่คู่ความก็เป็นคนเดียวกัน เมื่อคดีหลังศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษาวินิยฉัยชี้ขาดแล้วว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์คดีถึงที่สุดแล้ว กรณีต้องตกอยู่ภายใต้บังคับเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ศาลฎีกาจึงมิอาจหยิบยกพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบขึ้นมาวินิจฉัยคดีนี้เกี่ยวกับประเด็นที่คดีหลังได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วได้อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 40 ตารางวา ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลท่าข้าม อำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อระหว่างวันที่ 22 ถึงวันที่ 24 มกราคม 2540 จำเลยที่ 1 ได้จ้าง วาน ใช้ ให้จำเลยที่ 2 กับพวกอีก 4 คน เข้าไปปลูกสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีเอกสารสิทธิที่แสดงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยที่ 1 มิได้มอบหมายหรือจ้าง

วาน ใช้ ให้จำเลยที่ 2 หรือบุคคลอื่นเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 กับพวกบุกรุกที่ดินส่วนใด เนื้อที่เท่าใด ทั้งคำฟ้องโจทก์ไม่มีแผนที่สังเขปหรือแผนผังใดพอที่จะทำให้จำเลยที่ 1 เข้าใจข้อหาได้ ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 94/31 หมู่ที่ 5 (เดิมหมู่ที่ 15) ตำบลท่าข้าม (เดิมตำบลบางปะกง) อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกองมรดกนางประไพ มีจำเลยที่ 1 และนางสุวพร เป็นผู้จัดการมรดก ในปี 2537 จำเลยที่ 2 ได้รับมอบอำนาจจากกองมรดกของนางประไพเข้าไปดูแลที่ดินดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์เข้าไปยึดถือที่ดินส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นของตน จำเลยที่ 1 ไม่เคยใช้ จ้าง วาน ให้จำเลยที่ 2 เข้าไปทำการปลูกสร้างอาคารในที่ดินพิพาท โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อใด และได้มาอย่างไร ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม นางศรีวรรณา ผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกไปจากที่ดิน และห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินพิพาทตามแผนที่เอกสารหมาย จ.2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ระหว่างพิจารณาคดีในศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องว่า คดีแพ่งหมายแดงที่ 155/2541 ของศาลชั้นต้น ซึ่งมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยเป็นอย่างเดียวกันกับคดีนี้ว่าสิทธิในที่ดินพิพาทเป็นของใคร คดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษาแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และคดีถึงที่สุดแล้ว คดีจึงต้องห้ามมิให้จำเลยทั้งสองฎีกาในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ขอให้ศาลฎีกาจำหน่ายคดีของจำเลยทั้งสองออกจากสารบบความ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน ศาลฎีกามีคำสั่งว่า ปัญหาตามคำร้องของโจทก์เห็นสมควรนำไปรวมวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ปัญหาตามคำร้องของโจทก์ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 หรือไม่นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ก่อนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 155/2541 ของศาลชั้นต้นก็ตาม แต่ประเด็นข้อพิพาทซึ่งศาลต้องวินิจฉัยชี้ขาดว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือของนางประไพ เป็นประเด็นข้อพิพาทประเด็นเดียวกันคู่ความเดียวกัน เมื่อคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 155/2541 ของศาลชั้นต้นนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษาวินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว กรณีต้องตกอยู่ภายใต้บังคับเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ

ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตร 144 แม้ว่าโจทก์จะฟ้องคดีนี้ไว้ก่อนที่ศาลในคดีก่อนจะได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีก็ตาม ศาลฎีกาจึงมิอาจหยิบยกพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบขึ้นมาวินิจฉัยเกี่ยวกับประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาได้อีก" จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของจำเลยทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ · พิทยา บุญชู · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7019/2567

ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้โจทก์ถูกจำเลยฟ้องขับไล่ออกจากอาคารโรงงานพิพาทและเรียกค่าเสียหาย อ้างว่าผิดสัญญาเช่า เพราะโจทก์ขยายกิจการเป็นอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2567

คดีนี้กับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 502/2560 ของศาลชั้นต้น มีประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกันว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4570 เนื้อที่ 138 ตารางวา ที่พิพาท และบ้านเลขที่ 5 ที่ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2088/2566

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีอ้างว่า จำเลยทั้งสองชำระหนี้ค่าเช่าให้แก่โจทก์ทั้งเก้าครบถ้วน มิได้ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2561 จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้