Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุสุดวิสัยต้องเป็นเหตุผิดปกติ สุดวิสัยที่คิดว่าจะมีขึ้นหากอาจป้องกันผลพิบัติได้ด้วยการจัดการระมัดระวังตามสมควรย่อมไม่ใช่เหตุสุดวิสัย นักบินอื่นเคยนำเครื่องบินไปเติมน้ำมันที่สนามบินพาณิชย์ดอนเมืองบ่อย ๆ และประสบกับกระแสลมปั่นป่วนอยู่เป็นประจำเพราะมีเครื่องบินลำอื่นเข้าออกอยู่เสมอ ในการบินขึ้นหรือลงในบริเวณที่มีเครื่องบินจอดอยู่ต้องระวังมากกว่าที่อื่น ฉะนั้นการที่จำเลยขับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ไปเติมน้ำมัน ณ สถานที่ดังกล่าว แม้จะประสบกับอากาศปั่นป่วนเพราะเครื่องบินไอพ่นติดเครื่องท่อไอพ่นหันมาทางเครื่องบินที่จำเลยขับเคลื่อนลอยอยู่กับมีเครื่องบินใบพัดสี่เครื่องยนต์แท้กซี่ผ่านจนเป็นเหตุให้เครื่องบินที่จำเลยขับขี่เสียการทรงตัว เอียงกระแทกพื้นลานบินปลายใบพัดกระทบพื้นหักกระเด็นไปถูกเครื่องบินลำอื่นเสียหายจำเลยก็ไม่อาจอ้างได้ว่าความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัย จำเลยได้ขับเครื่องบินไปลงจอดเติมน้ำมันที่หลุมเติมน้ำมันแต่ขาดความรู้ความชำนาญในการขับขี่บังคับเครื่องบินกว่าจะเข้าจอดตรงหลุมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ต้องขยับเครื่องบินขึ้นลงถึงสามครั้ง ประกอบกับบริเวณนั้นมีกระแสลมปั่นป่วนอยู่เป็นประจำเนื่องจากมีเครื่องบินเข้าออกอยู่เสมอและจอดอยู่มาก ซึ่งในการบินขึ้นลงต้องระมัดระวังมากกว่าที่อื่น เมื่อจำเลยใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ และก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ย่อมถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นนักบินขับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการในทางราชการของจำเลยที่ ๒โดยประมาท ทำให้ใบพัดฟาดกับลานบินหักกระเด็นไปถูกเครื่องบินแอฟโร่ของบริษัทเดินอากาศไทยจำกัด เสียหาย โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยค่าเสียหายไว้กับบริษัทเดินอากาศไทยจำกัด ได้ใช้เงินให้บริษัทไป ๓๐๕,๐๘๕.๔๔ บาท โจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิเรียกให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแต่จำเลยไม่ใช้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑, ๒ ต่อสู้ว่า เป็นผลพิบัติซึ่งจำเลยที่ ๑ ไม่อาจป้องกันได้และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม คดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ ศาลสั่งจำหน่ายคดี เพราะโจทก์ทิ้งฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๒ ร่วมกันใช้เงินตามฟ้องกับดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑, ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑, ๒ ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของจำเลยที่ ๒ จากสนามบินของกรมตำรวจซึ่งอยู่ทางฝั่งสนามบินของกองทัพอากาศดอนเมือง เพื่อเข้าเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทางฝั่งสนามบินพาณิชย์ดอนเมือง ห่างไปประมาณ ๑ กิโลเมตรโดยเป็นการปฏิบัติราชการในทางราชการของจำเลยที่ ๒ เมื่อจำเลยที่ ๑บังคับเครื่องบินเพื่อจะลงจอด เครื่องบินเอียงไปทางขวา เป็นเหตุให้ปลายโรเตอร์คือใบพัดด้านบนตอนปลายกระทบพื้นด้านขวาหักกระเด็นไปถูกเครื่องบินแอฟโร่ของบริษัทเดินอากาศไทยจำกัดเสียหาย คิดเป็นเงินตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง มีปัญหาว่า ความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลย จริงหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำจำเลยรับอยู่ว่าบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่จอดรับคนโดยสารและเติมน้ำมันของเครื่องบินไอพ่นพาณิชย์และเป็นที่ขึ้นลงของเครื่องบิน มีเครื่องบินทั้งใช้ใบพัดและใช้ท่อจอดอยู่เสมอทั้งมีเครื่องบินของบริษัทเดินอากาศไทยจำกัดจอดอยู่ในบริเวณนั้นด้วย แม้พันตำรวจตรีละเอื้อนนักบินที่ ๑ พยานจำเลยก็เบิกความว่า พยานเคยนำเครื่องบินไปเติมน้ำมันในบริเวณที่เกิดเหตุบ่อย ๆ ได้ประสบกับกระแสลมปั่นป่วนอยู่เป็นประจำ เพราะมีเครื่องบินลำอื่นเข้าออกอยู่เสมอ การบินขึ้นหรือลงในบริเวณที่มีเครื่องบินจอดอยู่ก็ต้องระวังมากกว่าที่อื่น ฉะนั้น ตามที่จำเลยนำสืบว่าความเสียหายเกิดจากเครื่องบินที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่ประสบกับอากาศปั่นป่วนเพราะเครื่องบินไอพ่นติดเครื่องท่อไอพ่นหันมาทางเครื่องบินที่จำเลยขับเคลื่อนลอยอยู่ กับมีเครื่องบินใบพัด ๔ เครื่องยนต์แท้กซี่ผ่าน

จนเป็นเหตุให้เครื่องบินที่จำเลยขับขี่เสียการทรงตัวเอียงกระแทกพื้นลานบิน ปลายใบพัดกระทบพื้นหักกระเด็นไปถูกเครื่องบินแอฟโร่จนได้รับความเสียหายนั้น ศาลฎีกาว่าแม้เป็นความจริงจะฟังว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้ เพราะที่จะอ้างเป็นเหตุสุดวิสัยได้ต้องเป็นเหตุผิดปกติสุดวิสัยที่คิดว่าจะมีขึ้น กรณีของจำเลยเป็นผลพิบัติที่อาจป้องกันได้ ถ้าได้จัดการระมัดระวังตามสมควรไม่ใช่เป็นเหตุที่ไม่มีใครจะอาจป้องกันได้ ฉะนั้น จึงไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย คดีได้ความตามคำจำเลยที่ ๑ และจ่าสิบตำรวจชาญผู้เป็นช่างเครื่องประจำเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ลำเกิดเหตุนี้ว่า ครั้งแรกเมื่อจำเลยที่ ๑ นำเครื่องบินลงจอดนั้น ห่างหลุมที่เติมน้ำมันประมาณ ๑๕ เมตร แต่สายสูบยาวไม่ถึง

จ่าสิบตำรวจชาญจึงบอกให้จำเลยที่ ๑ ขยับเครื่องบินให้ใกล้เข้าไปอีก จำเลยที่ ๑ ยกเครื่องให้สูงขึ้นแล้วบินเคลื่อนไป แต่ก็ยังห่างหลุมอยู่จึงขยับให้กลับมาใกล้หลุมเข้าอีก ซึ่งขณะนั้นเครื่องบินอยู่สูงจากพื้นดินประมาณเมตรเศษพอขยับเข้ามาเครื่องบินโคลงเคลงเสียการทรงตัว ใบพัดตอนปลายตีพื้นดินปลายใบพัดแตกกระเด็นไปถูกเครื่องบินแอฟโร่ซึ่งจอดอยู่ห่างไปประมาณ๓๐ เมตรเสียหาย พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ ขาดความรู้ความชำนาญในการขับขี่บังคับเครื่องบิน ดังจะเห็นได้ว่ากว่าจะเข้าจอดตรงหลุมน้ำมันเชื้อเพลิงได้ จำเลยต้องขยับเครื่องบินขึ้นลงถึงสามครั้งสามคราวยิ่งพิเคราะห์คำขอพันตำรวจตรีละเอื้อนพยานจำเลยที่ว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีกระแสลมปั่นป่วนอยู่เป็นประจำ

ทั้งนี้ เพราะมีเครื่องบินเข้าออกอยู่เสมอ ทั้งยังมีเครื่องบินจอดอยู่มาก การบินขึ้นลงก็ต้องระมัดระวังมากกว่าที่อื่นศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงภาวะสิ่งแวดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว พฤติการณ์ของคดีบ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ผู้ขับขี่เครื่องบินในภาวะการณ์เช่นนั้น ขาดความระมัดระวังซึ่งจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ จึงถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ แล้ว จำเลยทั้งสองต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นดังที่ศาลล่างทั้งสองชี้ขาดมา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอุดม จาละ
ศาลอุทธรณ์ - นายประมวล สุวรรณจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2566

การที่จำเลยที่ 2 ทำการตรวจอัลตราซาวด์ให้แก่โจทก์เป็นการให้บริการทางการแพทย์อย่างหนึ่งอันเป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของคู่ความฝ่ายจำเลยทั้งสอง ภาระการพิสูจน์ในประเด็นดังกล่าวจึงตกอยู่แก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2563

เดิมโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กับห้องชุดในอาคารชุดให้ ศ. เพื่อมิให้โจทก์บังคับชำระหนี้เอาทรัพย์สินดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องจำเลยกับ ศ. เป็นคดีอาญาในข้อหาโกงเจ้าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7108/2544

ตู้นิรภัยมีลูกกุญแจใช้ประจำรวม 2 ดอก โดยจะต้องไขพร้อมกันจึงจะเปิดตู้นิรภัยได้ และมีระเบียบว่าด้วย การรับ การจ่าย การเก็บรักษา และการนำส่งเงิน กำหนดให้หัวหน้ากองคือโจทก์ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยการเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2540

จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกลักทรัพย์โจทก์ไปครั้งเดียวข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งพนักงานอัยการมีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ได้ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2540

ตามหนังสือมอบอำนาจระบุข้อความว่ากรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทโจทก์ได้มอบอำนาจให้ช. มีอำนาจดำเนินคดีแพ่งแทนโจทก์ในการฟ้องร้องเพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการที่โจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้