Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สาเหตุที่โจทก์พูดว่าจำเลยนั้นเนื่องจากโจทก์ไม่พอใจที่จำเลยไม่จ่ายเงินรางวัล(tip)ให้แก่โจทก์จึงเกิดมีการทะเลาะโต้เถียงกันแล้วโจทก์จึงพูดว่าจำเลยเป็นนายจ้างที่ใช้ไม่ได้พูดจากลับกลอกเดี๋ยวว่าให้เดี๋ยวว่าไม่ให้นั้นเป็นเพียงคำพูดที่ไม่สุภาพไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าต่อหน้าธารกำนัลถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 393 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2536 จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างทำหน้าที่พ่อครัวประจำร้านเพ็ญณีคอนเนอร์ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2538 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิด และไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า กับจำเลยค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2538 ขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ5,560 บาท เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2538 โจทก์ข่มเหงรังแกจำเลยด้วยการโต้เถียงและด่าทอจำเลยอย่างเสียหายหยาบคายในร้านจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2538 ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 16,680 บาทแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่พอใจจำเลยที่ไม่จ่ายเงินรางวัล (tip) ให้แก่โจทก์ ได้หาเหตุทะเลาะกับจำเลย และได้ด่าจำเลยว่าไม่มีความเป็นธรรมพูดจากลับกลอกเชื่อถือไม่ได้ ด่าว่าจำเลยต่อหน้าผู้อื่นและลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านของจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความอับอายต่อหน้าธารกำนัล จำเลยเป็นหญิงอายุ 40 ปีสุขภาพไม่สมบูรณ์ เมื่อถูกด่าจำเลยได้เป็นลมสลบไป และถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การกระทำของโจทก์ถือว่ากระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า สาเหตุที่โจทก์พูดว่าจำเลยนั้นเนื่องจากโจทก์ไม่พอใจที่จำเลยไม่จ่ายเงินรางวัล ให้แก่โจทก์จึงเกิดมีการทะเลาะโต้เถียงกัน แล้วโจทก์จึงพูดว่าจำเลยเป็นนายจ้างที่ใช้ไม่ได้พูดจากลับกลอก เดี๋ยวว่าให้เดี๋ยวว่าไม่ให้นั้นเห็นว่า เป็นเพียงคำพูดที่ไม่สุภาพไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าต่อหน้าธารกำนัล ถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · สมมาตร พรหมานุกูล · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2541

โจทก์ทำงานกับจำเลยในหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล การที่โจทก์เห็นปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารของผู้จัดการทั่วไป โจทก์จึงมีหนังสือถึงประธานกรรมการจำเลยซึ่งมีข้อความว่า "…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2411/2537

ถ้อยคำที่โจทก์ด่านางวันทนีย์ว่า "อีหัวล้าน" เป็นเพียงคำไม่สุภาพ ไม่ถึงกับเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า ถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง การที่จำเลยระบุในคำสั่งเลิกจ้างว่า โจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6794/2561

ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อันเป็นการกระทำโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 จึงเป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด คำฟ้องของโจทก์ในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 เป็นค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13173/2558

การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทหรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าวดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยามสบประมาทผู้ที่ถูกกล่าวหรือเป็นการท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3711/2557

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 393 ฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกับจำเลยอยู่ห่างไกลกันคนละอำเภอ แต่องค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393 นั้น ถ้าเป็นการกล่าวด้วยวาจา ผู้กระทำต้องกล่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้