Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างของกรมชลประทานได้รับคำสั่งให้ไปควบคุมเครื่องดัน น้ำ โดยกรมชลประทานส่งน้ำมันที่ใช้กับเครื่องดัน น้ำดังกล่าวให้ทุกวัน และมีเจ้าหน้าที่ไปควบคุมการปฏิบัติงานและตรวจสอบการใช้น้ำมันของจำเลยทั้งสองทุกวัน ดังนี้น้ำมันดังกล่าวยังอยู่ในความครอบครองของกรมชลประทานเมื่อจำเลยทั้งสองเอาน้ำมันนั้นไปขาย จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันลักเอาน้ำมันดีเซลที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ในการระบายน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ ของกรมชลประทานนายจ้างของจำเลย รวม 3 ครั้งจำนวน 600 ลิตร เป็นเงิน 4,200 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4 คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 83 จำคุกคนละ 1 ปี

จำเลยให้การรับในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คนละหนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 8 เดือน ให้คืนน้ำมัน 3 ถังของกลางแก่กรมชลประทานจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว โจทก์มีนายทองคำ อย่างกลั่นและพันตำรวจตรีเฉลิมพล เฉลิมรัชดา ผู้จับกุมจำเลยมาเบิกความว่าจำเลยที่ 1 บอกขายน้ำมันดีเซลให้แก่นายทองคำในราคาถังละ 500 บาทนายทองคำจึงไปแจ้งให้พันตำรวจตรีเฉลิมพลทราบ พันตำรวจตรีเฉลิมพลบอกให้นายทองคำซื้อไว้เพื่อเป็นหลักฐานจับจำเลย นายทองคำจึงซื้อน้ำมันจากจำเลย 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถัง รวม 3 ถัง และต่อมาพันตำรวจตรีเฉลิมพลไปดูน้ำมันแล้วไปจับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ พยานโจทก์ทั้งสองต่างก็ไม่มีสาเหตุ>โกรธเคืองกับจำเลย จึงไม่มีเหตุอะไรที่จะมาเบิกความปรักปรำจำเลยจนถึงกับหาน้ำมันมาเป็นหลักฐานถึง 3 ถัง และชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1ก็ให้การรับสารภาพ ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย

จ.4 หากจำเลยที่ 1 ถูกบังคับให้รับสารภาพ จำเลยที่ 2 ก็น่าจะถูกบังคับให้รับสารภาพด้วยแต่ในคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ก็ให้การปฏิเสธ จึงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ให้การด้วยความสมัครใจตามความจริงส่วนที่จำเลยที่ 1 นำสืบว่าการรับจ่ายน้ำมันของจำเลยถูกต้องไม่มีการขาดหาย ถังน้ำมันของกลางไม่ใช่ของกรมชลประทาน ก็ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำบัญชีรับจ่ายนำ้มันเอง จำเลยที่ 1 อาจจะทำบัญชีจ่ายน้ำมันโดยไม่ได้ใช้น้ำมันจริงก็ได้ เพราะไม่มีคนควบคุมขณะจำเลยใช้น้ำมัน ส่วนถังน้ำมันจำเลยก็สามารถหาถังที่ไม่ใช่กรมชลประทานมาถ่ายน้ำมันไปจากถังของกรมชลประทานได้ประกอบกับจำเลยมิได้นำสืบว่าจำเลยเอาน้ำมันจากไหนไปขายให้นายทองคำข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เอาน้ำมันของกรมชลประทานไปขายให้นายทองคำรวม 3 ครั้งจริง

พยานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ การที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างของกรมชลประทานได้รับคำสั่งให้ไปควบคุมเครื่องดันน้ำโดยกรมชลประทานส่งน้ำมันที่ใช้กับเครื่องดันน้ำดังกล่าวให้ทุกวัน และมีเจ้าหน้าที่ไปดูแลควบคุมการปฏิบัติงานและตรวจสอบการใช้น้ำมันของจำเลยทั้งสองทุกวันนั้นศาลฎีกาโดยมติของที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าน้ำมันดังกล่าวยังอยู่ในความครอบครองของกรมชลประทานผู้เสียหาย เมื่อจำเลยทั้งสองเอาน้ำมันนั้นไปขาย จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ การที่จำเลยลักน้ำมันไปขาย 3 ครั้ง จึงเป็น 3 กรรมตามฟ้อง ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานยักยอกเพียงกระทงเดียวยังไม่ถูกต้องแม้โจทก์จะไม่มีฎีกาในปัญหาข้อนี้

ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเฉพาะการปรับบทและกระทงลงโทษเสียให้ถูกต้อง โดยแก้ไขตลอดไปถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 รวม 3 กระทง ให้ลงโทษทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงและลดโทษแล้ว คงจำคุกคนละ 8 เดือน นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786/2554

จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกทำปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมแล้วนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปให้ อ. ลงลายมือชื่อเป็นพยาน และไปแสดงแก่พนักงานบริษัท ท. เพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ร่วม เมื่อบริษัท ท. ออ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2552

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบังอาจประกอบอาชีพค้าของเก่า โดยการรับซื้อและขายของเก่าจำพวกเศษเหล็ก อันเป็นของเก่าตามกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามมาตรา 4 (2) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2532

โจทก์มอบหมายให้จำเลยซึ่ง เป็นทนายความของโจทก์ในคดีก่อนมีอำนาจรับเงินจากจำเลยในคดีนั้นแทนโจทก์ได้ เมื่อจำเลยรับเงินจาก ธ. ซึ่ง ชำระหนี้แก่โจทก์แทนจำเลยในคดีดังกล่าว เงินที่จำเลยรับไว้จึงตกเป็นของโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้