Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9502/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แบบพิมพ์อุทธรณ์ที่จำเลยใช้มีสาระสำคัญเหมือนกับกระดาษแบบพิมพ์ที่ศาลจัดไว้จะต่างกันบ้างก็เพียงเล็กน้อยและมิใช่สาระสำคัญทั้งศาลชั้นต้นก็สั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยโดยมิได้สั่งให้ทำใหม่เสียให้ถูกต้องดังนี้อุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คให้แก่โจทก์1 ฉบับ เพื่อชำระหนี้เงินยืมซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาเช็คฉบับดังกล่าวไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้เหตุเกิดที่ตำบลโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2534 มาตรา 4ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ลงโทษจำคุก3 เดือน เนื่องจากจำเลยนำสืบรับในข้อเท็จจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือนจำเลย

อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์เกินกว่า 50 บาท จำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ในหนังสือสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่ตามเอกสารหมาย จ.1 และลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คตามเอกสารหมาย จ.2 มอบแก่โจทก์ โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปขึ้นเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการใช้เงินโดยอ้างเหตุว่าบัญชีปิดแล้ว และลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่เหมือนกับตัวอย่างที่ให้ไว้ ตามหนังสือสัญญากู้เงินมีกำหนดเวลา 4 เดือน คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้จัดทำตามแบบพิมพ์ที่จัดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 วรรคสอง

อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าแบบพิมพ์อุทธรณ์ที่จำเลยใช้มีสาระสำคัญเหมือนกับกระดาษแบบพิมพ์ที่ศาลจัดไว้ จะต่างกันบ้างก็เพียงเล็กน้อยและมิใช่สาระสำคัญ ทั้งศาลชั้นต้นก็สั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยโดยมิได้สั่งให้ทำใหม่เสียให้ถูกต้อง ดังนี้ พอถือได้ว่าอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วคดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นการกู้ยืมเงินว่าจำนวนเท่าใดมาเบิกความเพียงปากเดียวคือตัวโจทก์ทั้ง ๆ ที่ตามหนังสือสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่ตามเอกสารหมาย จ.1มีลายมือชื่อนายดาบตำรวจไพรัตน์เป็นผู้เขียนสัญญาและพยานแต่โจทก์มิได้นำนายดาบตำรวจไพรัตน์มาเบิกความเป็นพยาน และยังได้ความจากพยานโจทก์ว่า

จำเลยกู้ยืมเงินไปแล้ว 3 เดือนเศษจำเลยนำเงินสดจำนวน 2,000 บาท มามอบแก่โจทก์เป็นการชำระดอกเบี้ยและมอบเช็คจำนวนเงิน 60,000 บาท แก่โจทก์เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลากู้ยืมเงินกำหนด 4 เดือน ดอกเบี้ยน่าจะมากกว่า 2,000 บาทจึงน่าเชื่อว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์เพียง 20,000 บาท เท่านั้นส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ 60,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราสูงสุดตามกฎหมายร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยนับแต่วันที่กู้ถึงวันที่ออกเช็คคิดเป็นดอกเบี้ยถึง 3,000 บาท แต่โจทก์ขอคิดเพียง 2,000 บาท นั้น โจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นเป็นเช่นนั้นเพิ่งจะกล่าวอ้างในชั้นฎีกาว่ามีการคิดดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวทั้งยังขัดกับสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่เอกสารหมาย จ.1 ที่มิได้ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้พยานโจทก์จึงเลื่อนลอยไม่น่าเชื่อถือว่ารับฟังไม่ได้ ที่จำเลยต่อสู้ว่าหนังสือสัญญากู้และเช็คมีการกรอกข้อความภายหลังจึงน่าเชื่อถือ และเมื่อฟังได้ว่าจำเลยมอบเช็คแก่โจทก์โดยมิได้กรอกข้อความในเช็ค การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมพล สัตยาอภิธาน · ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2443/2563

ท. ยกที่ดินพิพาทให้จำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จำเลยครอบครองทำประโยชน์มาแล้วประมาณ 18 ปี ที่ดินพิพาทจึงไม่ใช่ทรัพย์มรดกของ ท. และไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องครอบครองแทนทายาทคนอื่น โจทก์จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2562

แม้ฟ้องโจทก์ระบุชื่อโจทก์ว่า ฉ. ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วซึ่งไม่มีสภาพบุคคล ที่ถูกต้องระบุชื่อคู่ความว่า ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฉ. โจทก์ก็ตาม แต่การบรรยายฟ้องเมื่ออ่านแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ล. ในฐานะผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2562

ขณะโจทก์ฟ้องคดีไม่ได้แต่งตั้งทนายความช่วยดำเนินคดี โจทก์ลงชื่อเป็นโจทก์ด้วยตนเอง และมีชื่อโจทก์กับลายมือชื่อโจทก์เป็นผู้เขียนหรือพิมพ์ด้วย จึงพอฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้เรียงฟ้องดังกล่าว แม้โจทก์ไม่ได้ลงช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4633/2558

คำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อของโจทก์เป็นคำฟ้องที่ไม่บริบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67 (5) หากโจทก์หรือทนายโจทก์ไม่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่ลงลายมือชื่อในคำฟ้องภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6513/2557

ผู้ที่จะฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นจำเลยในศาลนั้น ต้องมีสภาพเป็นบุคคล ดังที่ ป.วิ.พ. มาตรา 1 (11) บัญญัติไว้ว่า คู่ความ หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องหรือถูกฟ้องต่อศาล ซึ่งคำว่า บุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้