Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9513/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ขณะฟ้องโจทก์ได้เปลี่ยนชื่อจากบริษัทอ. เป็นบริษัทท. แล้วก็ตามแต่การที่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนชื่อใหม่เช่นนั้นก็ไม่ทำให้ความเป็นนิติบุคคลของโจทก์สิ้นสุดลงโจทก์ยังคงเป็นนิติบุคคลมีตัวตนอยู่เช่นเดิมต่อไปและไม่ว่าโจทก์จะทำนิติกรรมในชื่อเดิมหรือชื่อที่เปลี่ยนใหม่แล้วก็ตามก็เป็นการทำนิติกรรมโดยนิติบุคคลคนเดียวกันนั้นเองการทำนิติกรรมในชื่อเดิมของโจทก์หลังจากที่โจทก์ได้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วนั้นไม่มีผลให้เป็นการทำนิติกรรมโดยสิ่งที่ไม่มีตัวตนเป็นนิติบุคคลดังนั้นแม้การมอบอำนาจให้ฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนโจทก์เป็นการมอบอำนาจภายหลังจากที่โจทก์ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบริษัทท. แล้วโจทก์ก็ยังมอบอำนาจในชื่อเดิมของโจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในปี 2534 โจทก์จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจากบริษัทอิแมจิเนียริ่ง ไมโคร ดิสตริบิวเตอร์ พีทีอีจำกัด เป็นบริษัทเท็ค แปซิฟิค (สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด ในการติดต่อกับบุคคลผู้ซึ่งเคยติดต่อมาก่อนนั้น บางครั้งโจทก์ใช้ชื่อเดิมของโจทก์เพื่อความสะดวก โจทก์มอบอำนาจให้นายสัญญาผลประสิทธิ์ และ/หรือ นายประกิต ชาติสมบูรณ์ชัย ฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องโจทก์ประกอบธุรกิจขายชิ้นส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์แล้วค้างชำระค่าสินค้าโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 487,648.60ดอลลาร์สิงคโปร์

คิดเป็นเงินไทย 7,261,087.65 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า หนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะฟ้องโจทก์มิได้เป็นนิติบุคคลและ/หรือมิได้มีตัวตนที่มีอำนาจกระทำการตามวัตถุประสงค์นายโก บุน ฮวดกับพวกร่วมกันทำหนังสือมอบอำนาจปลอมขึ้น ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 481,146.31 ดอลลาร์สิงคโปร์แก่โจทก์ โดยให้คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในวันที่ศาลพิพากษาจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ ในปัญหานี้ ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องโดยบรรยายว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โจทก์มอบอำนาจให้นายสัญญา ผลประสิทธิ์ และ/หรือนายประกิต ชาติสมบูรณ์ชัยเป็นผู้รับมอบอำนาจเพื่อยื่นฟ้องและดำเนินคดีตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 โดยมีข้อความระบุในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวว่านายโก บุน ฮวด เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทอิแมจิเนียริ่ง ไมโคร ดิสตริบิวเตอร์ พีทีอี จำกัด ผู้มีอำนาจภายใต้ข้อบังคับของบริษัทอิแมจิเนียริ่ง ไมโคร ดิสตริบิวเตอร์พีทีอี จำกัด ที่จะลงนามและกระทำการในนามของบริษัทอิแมจิเนียริ่ง ไมโคร ดิสตริบิวเตอร์ พีทีเอ จำกัด

จำเลยให้การต่อสู้ในข้อนี้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง กล่าวคือหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องเอกสารหมายเลข 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะในขณะฟ้องคดีนี้โจทก์ไม่ได้เป็นนิติบุคคล และ/หรือมิได้มีตัวตนที่มีอำนาจกระทำการตามวัตถุประสงค์ และนายโก บุน ฮวดกับพวก ได้ร่วมกันทำหนังสือมอบอำนาจปลอมขึ้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ได้ความว่า โจทก์ได้เปลี่ยนชื่อจากบริษัทอิแมจิเนียริ่งไมโคร ดิสตริบิวเตอร์ พีทีอี จำกัด เป็นบริษัทเท็ค แปซิฟิค (สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม2534 แล้วก็ตาม แต่การที่โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลเปลี่ยนชื่อใหม่เช่นนั้น ก็หาทำให้ความเป็นนิติบุคคลของโจทก์สิ้นสุดลงแต่อย่างใดไม่โจทก์ยังคงเป็นนิติบุคคลมีตัวตัวอยู่เช่นเดิมหรือไม่ และไม่ว่าโจทก์จะทำนิติกรรมในชื่อเดิมหรือชื่อที่เปลี่ยนใหม่แล้วก็ตามก็เป็นการทำนิติกรรมโดยนิติบุคคลคนเดียวกันนั้นเอง การทำนิติกรรมในชื่อเดิมของโจทก์หลังจากที่โจทก์ได้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วนั้นหามีผลให้เป็นการทำนิติกรรมโดยสิ่งที่ไม่มีตัวตนเป็นนิติบุคคลแต่อย่างใดไม่

ดังนั้น แม้การมอบอำนาจให้ฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนโจทก์เป็นการมอบอำนาจภายหลังจากที่โจทก์ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบริษัทเท็ค แปซิฟิค (สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด แล้วโจทก์ก็ยังมอบอำนาจในชื่อเดิมของโจทก์ได้ และโดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อให้การวินิจฉัยคดีนี้เป็นไปตามลำดับชั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6550/2547

การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนั้นมิได้มีข้อจำกัดตามกฎหมายว่าจะต้องมอบอำนาจให้ฟ้องบุคคลใดเป็นคดีเรื่องใดโดยเฉพาะเจาะจงเท่านั้น เมื่อหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวมีข้อความระบุไว้ชัดว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 45700)

แม้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์จะเป็นตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไปเกี่ยวกับกิจการในสำนักงานสาขาชลบุรีของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 วรรคหนึ่ง แต่ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ก็ไม่ถูกจำกัดอำนาจในการยื่นฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1990/2518

โจทก์เป็นบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่จะก่อสร้างดำเนินกิจการโรงแรมและสำนักงานทันสมัย และมีความประสงค์จะให้ธนาคารตั้งที่ทำการในอาคารพาณิชย์ที่โจทก์จะสร้างขึ้นนั้นด้วย จำเลยเป็นธนาคารพาณิชย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2561

คดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 93 และ 95 โดยที่ดินโฉนดเลขที่ 93 มีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว แต่โฉนดเลขที่ 95 มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ ในอีกคดีหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10757/2553

สัญญากู้ยืมเงินเป็นแบบฟอร์มหนังสือสัญญากู้ยืมเงินของสมาคมกลุ่มออมทรัพย์ และโจทก์ลงลายมือชื่อในช่องประธานคณะกรรมการอำนวยการ (ผู้ให้กู้ยืม) แสดงให้เห็นว่าเงินที่กู้ยืมกันไม่ใช่เงินส่วนตัวของโจทก์ เมื่อโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้