Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 953/2482

พ.ศ. 2482 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรื้อรั้วเก่าทำรั้วใหม่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินซึ่งโจทก์ครอบครองมาตั้ง 19 ปีแล้วโดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้ล้อมรั้วครอบครองมาเป็นเวลาตั้ง 19 ปี และในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ได้ขอให้ศาลแสดงว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์ด้านติดต่อกับจำเลยมีตามแนวรั่วเดิมดังนี้ ถือว่าได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องตามเขตต์รั่วเดิมที่โจทก์ครอบครองมา ที่ดินที่เป็นที่บ้านและเป็นที่มีโฉนดแล้ว การที่ได้ล้อมรั้วครอบครองมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ก็เป็นการครอบครองตามประมวลแพ่งฯแล้ว หาต้องทำประโยชน์อย่างอื่นอีกไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทกืฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ ๑๖๘๗ เป็นของโจทก์ ได้ล้อมรั่วครอบครองมาเป็นเวลา ๑๙ ปีแล้ว ด้านทิศเหนือติดที่ดินจำเลยต่อมาจำเลยรื้อรั้วเก่าทำรั้วใหม่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลแสดงว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์มีตามแนวรั่วเดิม ให้จำเลยรื้อรั้วออกไปให้พ้นเขตต์ที่ของโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์จำเลยต่างครอบครองที่ดินตามเขตต์ที่โจทก์นำชี้โดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ย่อมมีกรรมสิทธิตามเขตต์ที่ครอบครองมา จำเลยจะยกเขตต์ตามโฉนดมาอ้างอีกไม่ได้ จึงพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วที่รุกล้ำออกไปให้ตรงแนวเขตต์ที่โจทก์ชี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในข้อแปลฟ้อง และในข้อครอบครองว่าเพียงแต่การล้อมรั้วไว้มิได้ทำประโยชน์อะไรนั้น ยังหาเป็นการเพียงพอที่จะถือว่าครอบครองไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการที่โจทก์ได้ล้อมรั้วครอบครองมาเป็นเวลาตั้ง ๑๙ ปี และทั้งในคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒ โจทก์ได้ขอให้ศาลแสดงด้วยว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์ด้านติดต่อกับจำเลยมีตามแนวรั้วเดิมดังนี้ เป็นการชัดเจนแล้วว่าโจทก์ได้ฟ้องตามเขตต์รั้วเดิมที่โจทก์ได้ครอบครองมา ส่วนปัญหาข้อครอบครอง เห็นว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านเป็นที่มีประโยชน์อยู่แล้วโจทก์ล้อมรั้วครอบครองมาโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี เป็นการแสดงเจตนาครอบครองตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๑๓๖๗,๑๓๘๒ แล้ว หาต้องทำประโยชน์อย่างใดอื่นดังที่จำเลยฎีกาไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศร · สุทธิอรรถนฤมนตร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2407/2529

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทการที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าได้สิทธิเหนือที่พิพาทโดยซื้อมาจากเจ้าของเดิมก็ดีโดยการครอบครองปรปักษ์ก็ดีหรือที่พิพาทตกอยู่ภายใต้ภาระจำยอมแก่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2553

จำเลยให้การว่า โจทก์มีคดีพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน โจทก์ได้ร่วมกันทำนิติกรรมฉ้อฉลโดยนำเอาเอกสารที่ยังไม่ได้กรอกข้อความใดๆ มาหลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อโจทก์แจ้งข้อความเท็จว่า จะนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4622/2550

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) แต่แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เป็นหลักฐานที่รับฟังได้แต่เพียงว่าขณะแจ้งการครอบครองผู้แจ้งอ้างว่าที่ดินเป็นของผู้แจ้ง ที่ดินตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6437/2550

โจทก์บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 1 บุรกรุกเข้าไปแย่งทำนาในที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ตามแผนที่โดยประมาณท้ายฟ้องมีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ซึ่งแผนที่ท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและได้ระบุบริเวณที่อ้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้