Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47ใช้บังคับสำหรับกรณีที่มีการเลิกจ้างกันแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ ส่วนนายจ้างจะมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้หรือไม่ ย่อมต้องพิจารณาตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่ละสถานประกอบการเป็นราย ๆ ไป การกระทำของลูกจ้างแม้มีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างได้ตามข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานแต่ถ้าไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583นายจ้างจะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในค่าชดเชยตั้งแต่วันฟ้องการที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นค่าชดเชยตั้งแต่วันเลิกจ้างโดยที่ไม่ปรากฏเหตุใด ๆ เพื่อความเป็นธรรมจึงเป็นการเกินคำขอ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 583 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 4,770 บาท ค่าชดเชย 28,620 บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นสองจำนวนในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับค่าชดเชยให้ชำระตั้งแต่วันเลิกจ้าง ส่วนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินสองสำนวนนั้นเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "

โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47เสียแล้ว กรณีจึงไม่ต้องด้วยข้อบังคับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2518) ว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนลด และตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง การถอดถอนระเบียบวินัยการสอบสวน และการลงโทษพนักงานและลูกจ้างเอกสารหมายล.25 ข้อ 19(2)(3) จำเลยหามีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยอาศัยข้อบังคับฯ เอกสารหมาย ล.25 จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำเลยต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หรือมิฉะนั้นก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เป็นความสำคัญผิดของโจทก์เองที่เข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อนไปว่า หากตนไม่ได้กระทำผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 47 แล้วจำเลยหามีสิทธิเลิกจ้างไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยฯข้อ 47 นั้น มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายและใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทั่วไปทุกสถานประกอบกิจการ โดยใช้บังคับสำหรับกรณีที่มีการเลิกจ้างกันแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ ส่วนนายจ้างมีสิทธิจะเลิกจ้างลูกจ้างได้หรือไม่ประการใดนั้นย่อมต้องพิจารณาตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างแต่ละสถานประกอบกิจการเป็นราย ๆ ไปจ้างที่ไม่เป็นธรรม และเงินบำเหน็จ ครั้นแล้วโจทก์รวมยอดเงินทุกจำนวนประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ และข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานใช้บังคับต่างกรณีกัน มิใช่พิจารณาควบคู่ระคนปนกันตามที่โจทก์อุทธรณ์คดีนี้

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2525 เวลา 18 นาฬิกา ก่อนนำถุงกระดาษใส่เงินเข้าเก็บในเซฟ มีเงินถึง 42,926.75 บาท ครั้นวันรุ่งขึ้นโจทก์นำเงินออกจากเซฟมานับ กลับปรากฏว่าเงินขาดหายไปจากจำนวน 42,926.75 บาท ถึง 1,000 บาท โจทก์เป็นผู้นับเพียงผู้เดียวหามีผู้อื่นร่วมนับร่วมรู้ด้วยไม่ กล่าวโดยสรุปก็คือเงินมาขาดหายไปที่โจทก์ผู้เดียว ศาลแรงงานกลางจึงปรับบทด้วยข้อบังคับฯ เอกสารหมาย ล.25 ข้อ 19(2) ที่ว่าโจทก์เป็นผู้ไม่อาจไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้และปรับบทด้วยข้อ 19(3) ที่ว่าโจทก์มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีความผิดอย่างร้ายแรง

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลแรงงานกลางปรับข้อเท็จจริงกับข้อบังคับฯเอกสารหมาย ล.25 ข้อ 19(2)(3) ที่จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ตามข้อ 19 ตอนต้นนั้นชอบแล้ว ไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับฯเอกสารหมาย ล.25 ประการใด ซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ชัดว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือประมาทเลินเล่อในหน้าที่เป็นเหตุให้เสียหายแก่จำเลยอย่างร้ายแรงแล้ว ไม่เพียงแต่โจทก์จะถูกลงโทษเลิกจ้างตามข้อบังคับฯ เอกสารหมาย ล.25 ข้อ (2)(3)เท่านั้น แต่โจทก์จะต้องถูกลงโทษขั้นรุนแรงถึงถูกไล่ออกตามข้อ23(4)(8) ไปเลยทีเดียวที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีเหตุผลอันสมควรที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้ มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นบัดนี้

จัดได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยต่อไป จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ เนื่องจากโจทก์เป็นฝ่ายกระทำผิดขึ้นเองโจทก์เป็นผู้ที่ทำให้สัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดลง กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าแม้การกระทำของโจทก์มีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างได้ตามข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานก็ตาม แต่ก็มิใช่เป็นการขัดคำสั่งของจำเลยอันชอบด้วยกฎหมายมิใช่ละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณ มิใช่ละทิ้งการงานมิใช่เป็นความผิดร้ายแรง การที่เงินขาดหายไปหากจะถือว่าเป็นการกระทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปด้วยถูกต้องตามความในตอนท้ายก็ตาม แต่ก็ขาดองค์ประกอบในข้อที่ว่าเป็นการไม่สุจริต ดังนั้น การเลิกจ้างของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนหรือต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยอุทธรณ์ต่อไปว่า เมื่อไม่ถือว่าการเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยจะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิใช่พิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 อันเป็นกฎหมายอื่นอีกฉบับหนึ่งซึ่งว่าด้วยการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายสองฉบับมีที่ใช้ต่างกัน จำเลยอุทธรณ์ยกกฎหมายขึ้นปรับแก่คดีไม่ตรงแก่รูปเรื่องไม่เป็นเหตุเป็นผลแก่กันและกัน ฟังไม่ขึ้นจำเลยอุทธรณ์อีกข้อหนึ่งว่า โจทก์มิได้ขอดอกเบี้ยสำหรับค่าชดเชยที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

พิเคราะห์แล้วคดีนี้โจทก์มีคำขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย ค่าเสียหายอันเกิดแต่การเลิกเป็นเงิน 1,583,640 บาทโดยขอให้จำเลยชำระยอดเงินรวมพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นค่าชดเชยจึงชอบแล้วแต่ควรต้องพิพากษาให้ชำระนับแต่วันฟ้องตามคำขอ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ชำระนับแต่วันเลิกจ้างโดยไม่ปรากฏเหตุใด ๆ เพื่อความเป็นธรรมจึงเป็นการเกินคำขอตามที่จำเลยอุทธรณ์อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น อุทธรณ์จำเลยฟังขึ้นเป็นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นค่าชดเชยในอัตราที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษา ทั้งนี้โดยให้นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2540

ระเบียบจำเลยว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพ.ศ.2521ตอนที่2ข้อ16มีว่าให้งดจ่ายเงินเดือนพนักงานระหว่างที่ถูกสอบสวนและข้อ16.3มีว่าถ้าได้ความเป็นสัตย์จริงและพนักงานถูกลงโทษถึงเลิกจ้างมิให้จ่ายเงินเดือนตลอดเวลาที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 510407)

ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสิบเจ็ดในข้อ 1 ขอให้จำเลยชำระเงินเป็นจำนวนเท่ากับผลต่างของดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ที่จำเลยจะต้องจ่ายกับผลประโยชน์ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ท. จำกัด หาได้ ซึ่งคิดคำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2551 (เลขอ้างอิง 411412)

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้ทำเป็นหนังสือและต้องกล่าวหรือแสดงข้อเท็จจริงที่ฟังได้โดยสรุป และคำวินิจฉัยในประเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6942/2550

โจทก์ฟ้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ 3/2545 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ 11/2545 เรื่อง บริษัท บ. อุทธรณ์ค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้