Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 96/2478

พ.ศ. 2478 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานรถไฟไม่ยอมให้ตำรวจทำการตรวจค้นฝิ่นเถื่อนบนรถไฟโดยเชื่อและกระทำตามข้อบังคับของกรมรถไฟนั้น ไม่มีผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน ฎีกาอุทธรณ์ ข้อเท็จจริง ข้อที่ว่าจำเลยกระทำโดยสุจริตหรือทุจจริตนั้นเป็นข้อเท็จจริง

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยเป็นพนักงานรถไฟก่อนที่รถไฟจะออกจากสถานีได้มีผู้มาแจ้งว่ามีผู้นำฝิ่นเถื่อนขึ้นมาบนรถไฟขบวนที่จำเลยประจำอยู่ ม.แล ย.ซึ่งเป็นตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ ณ ที่นั้นจึงตรงเข้าไปจะทำการตรวจค้นก็ถูกจำเลยผลักใสไม่ยอมให้ตรวจค้นอ้างว่าข้อบังคับกรมรถไฟห้าม ต้องได้รับอนุญาตจากสารวัดรถจักรเสียก่อน จึงจะทำการตรวจค้นได้ ภายหลังที่ได้รับอนุญาตจากสารวัดรถจักรแล้วจำเลยก็ยอมให้ค้นก็ไม่ได้ฝิ่นของกลาง โจทก์หาว่าจำเลยสมคบกันขัดขวางแลใช้กำลังต่อสู้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมาย จึงฟ้องให้ลงโทษตามมาตรา ๑๑๙-๑๒๐ ศาลล่างทั้ง ๒ เห็นว่าจำเลยได้กระทำไปโดยปฏิบัติตามข้อบังคับของกรมรถไฟที่ได้ตกลงไว้กับกรมสรรพสามิตต์โดยมีเหตุผลอันสมควรและเชื่อว่าชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ควรรับโทษตามมาตรา ๕๒ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไม่ควรได้รับความคุ้มครองตาม ม.๕๒ เพราะได้กระทำการโดยทุจจริต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่ว่าจำเลยกระทำการโดยสุจริตหรือทุจจริตนั้นเป็นข้อเท็จจริงซึ่งศาลฎีกาต้องฟังตามศาลล่างที่ว่าจำเลยไม่ได้กระทำโดยทุจจริต

โจทก์ฎีกาไม่ได้ แลเห็นว่าแม้คำสั่งของกรมรถไฟจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตามเมื่อศาลล่างฟังว่าจำเลยได้กระทำไปโดยมีเหตุผลที่ควรเชื่อว่าเป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายจำเลยจึงได้รับความคุ้มครองตาม ม.๕๒

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน+()ศาลชั้นต้น - นายเชียรศาลอุทธรณ์ - พระเทพปัญญา

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้