Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9608/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 52บัญญัติให้จำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง เมื่อจำเลยได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์คำสั่งให้รื้อถอนต่อโจทก์ภายในกำหนดแล้วจึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องจัดส่งอุทธรณ์ของจำเลยไปยัง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และถือได้ว่า จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยชอบแล้ว การที่โจทก์นำคดี มาฟ้องโดยมิได้นำอุทธรณ์ของจำเลยเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์พิจารณาเสียก่อน เป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนในการ พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 52โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 41 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 50 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 43

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนตามที่ได้รับอนุญาตโดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522เป็นการเพิ่มน้ำหนักแก่อาคารนั้นมากเพราะอาคารส่วนที่ก่อสร้างต่อเติมดัดแปลงให้ผิดไปจากแบบนั้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมดทำให้มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยในอาคารดังกล่าวหรืออาคารข้างเคียงโจทก์มีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างและมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามแบบให้จำเลยยื่นแบบขออนุญาตภายใน 30 วันแต่จำเลยไม่ได้ระงับการก่อสร้างและไม่ได้ยื่นแบบขออนุญาตต่อโจทก์โจทก์จึงมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบและขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน30 วัน

ครบกำหนดจำเลยไม่รื้อถอนและไม่อุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างต่อเติมดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตหากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนอาคารให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองตามมาตรา 40, 41, 42 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยมิได้กระทำผิดพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 เพราะจำเลยก่อสร้างตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักต่อตัวอาคารจำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งโดยมีหนังสือถึงคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อุทธรณ์ของจำเลยอยู่ในระหว่างการพิจารณาโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยมิได้ก่อสร้างต่อเติมฝ่าฝืนกฎหมาย จึงมีสิทธิยื่นขอรับใบอนุญาตได้อีก

เพราะการก่อสร้างของจำเลยไม่ขัดต่อกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ อาคารที่ก่อสร้างแข็งแรงมั่นคงตามหลักวิศวกรรมศาสตร์และวิชาช่างไม่มีสภาพใดจะเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยในอาคารหรืออาคารข้างเคียง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารเกินกำหนดเวลาตามกฎหมายนับแต่วันที่มีคำสั่งระงับการก่อสร้าง

โจทก์ฟ้องเกิน1 ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารพิพาทเลขที่ 1/1ซอยอาคารพิบูลย์วัฒนา ถนนพระรามที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไทกรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนที่ก่อสร้างต่อเติมดัดแปลงผิดแบบด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือให้มีระยะรอบตัวอาคารห่างจากเขตที่ดินเป็นระยะ 3 เมตร รื้อกันสาดของอาคารชั้นที่ 1 และที่ 2ทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกออกทั้งหมดตามแบบ รื้อถอนพื้นอาคารชั้นที่ 2 ให้เหลือความสูงระหว่างพื้นชั้นล่างถึงพื้นชั้นที่ 2 เป็น 2.80 เมตร ตามแบบ รื้อถอนพื้นอาคารชั้นที่ 3ให้เหลือความสูงระหว่างพื้นอาคารชั้นที่ 2 ถึงพื้นชั้นที่ 3เป็น 2.60 เมตร ตามแบบ ลดระดับฝ้าเพดานลงมาเหลือความสูงระหว่างพื้นชั้นที่ 3 ถึงฝ้าเพดานเป็น 2.60 เมตร ตามแบบรื้อถอนหลังคาและลดระดับความสูงลงมาให้เหลือ 3.70 เมตร ตามแบบหากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนส่วนที่ก่อสร้างต่อเติมดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตดังกล่าวให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เองตามมาตรา 40, 41, 42 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างผิดแบบตามมาตรา 42 และมาตรา 43 วรรคสามเลขที่ กท.9012/ย.896 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2530 เอกสารหมาย จ.16โจทก์ปิดคำสั่งดังกล่าว ณ อาคารพิพาทให้จำเลยทราบวันที่ 16 ธันวาคม 2530 ตามเอกสารหมาย จ.18 และ จ.19

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลงวันที่ 9 มกราคม2531 ตามเอกสารหมาย ล.2 ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว ส่วนการที่จำเลยยื่นหนังสืออุทธรณ์คำสั่งให้รื้อถอนต่อโจทก์เจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออกคำสั่งดังกล่าวเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นต้องจัดส่งอุทธรณ์และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในภายหลังโดยทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วแก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่จำเลยยื่นหนังสืออุทธรณ์คำสั่งให้รื้อถอนต่อโจทก์เจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออกคำสั่งดังกล่าวภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ต้องถือว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง แล้ว จำเลยจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยชอบแล้วเมื่อโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 52 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเสียแล้ว ฎีกาข้ออื่นของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · อุดม มั่งมีดี · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6247/2540

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่สั่งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารพิพาท โดยจำเลยอ้างเหตุว่าส่วนที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นมีการดัดแปลงต่อเติมโดยไม่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10100/2553

เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นพบว่ามีการก่อสร้างอาคารผิดจากแบบแปลน ผู้ร้องชอบที่จะออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างและสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 (1) และ 41 แต่ผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5693/2549

คำสั่งที่ให้โจทก์รื้อถอนอาคารเป็นคำสั่งของนายกเทศมนตรีเมืองสิงห์บุรีในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 4 ซึ่งมาตรา 42 ให้อำนาจไว้โดยเฉพาะแยกต่างหากจากการสั่งในฐานะเป็นผู้กระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4468/2531

บทบัญญัติมาตรา 40 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ว่าในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 24 หรือมีการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยฝ่าฝืนมาตรา 31 ให้เจ้าพนักงานท้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2529

จำเลยเป็นผู้ก่อสร้างต่อเติมอาคารพิพาทโดยไม่ได้รับอนุญาตและการต่อเติมนั้นเป็นเหตุให้ขาดประโยชน์แห่งการป้องกันอัคคีภัยและการผังเมืองไม่ต้องด้วยวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522แม้อาคารพิพา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้