Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บิดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยในระหว่างที่ยังเป็นสามีที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาโจทก์ แม้ต่อมาบิดามารดาโจทก์จะจดทะเบียนหย่าขาดจากกันก็ตามการสมรสระหว่างบิดาโจทก์และจำเลยย่อมเป็นโมฆะ โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมจะกล่าวอ้างขึ้นได้ และโมฆะกรรมนั้นไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้ การหย่ากันระหว่างบิดามารดาโจทก์ในภายหลังก็ไม่มีผลย้อนหลังไปถึงการสมรสระหว่างบิดาโจทก์กับจำเลย ซึ่งตกเป็นโมฆะไปก่อนแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นบุตร จ่าสิบตำรวจสิงห์ บรรจงศิลป์ กับนางสาลี่บรรจงศิลป์ โดยบิดามารดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกันเมื่อ พ.ศ. 2495 ต่อมาปี2513 จ่าสิบตำรวจสิงห์ไปจดทะเบียนสมรสกับจำเลย โดยปกปิดมิให้โจทก์และมารดาโจทก์ทราบในปี พ.ศ. 2514 บิดามารดาโจทก์ได้จดทะเบียนหย่ากัน และบิดาโจทก์ถูกคนร้ายทำร้ายจนถึงแก่กรรมเมื่อปี 2516 โจทก์และมารดาโจทก์ได้ยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญ เงินสะสมสวัสดิการและเงินอื่น ๆ ของบิดาโจทก์จำเลยคัดค้าน โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างบิดาโจทก์และจำเลยเป็นโมฆะ และให้เพิกถอนทะเบียนสมรสจำเลยให้การว่า บิดามารดาโจทก์จดทะเบียนหย่ากันแล้ว สภาพการสมรสระหว่างบิดามารดาโจทก์ก็ขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน

ส่วนการจดทะเบียนสมรสของจำเลยมิได้ถูกเพิกถอนจึงสมบูรณ์ตลอดมาเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดต่อเงื่อนไขการสมรสไม่เป็นโมฆะ โจทก์ไม่ขอให้เพิกถอนขณะที่บิดามารดาโจทก์ยังมิได้หย่าขาดจากกันโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์จำเลยรับกันว่าบิดามารดาโจทก์ได้จดทะเบียนสมรสและหย่ากันจริงในระหว่างยังได้หย่ากันบิดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยจริงตามเวลาที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าการสมรสระหว่างบิดาโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะให้เพิกถอนเสียจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1445(3)การสมรสจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อชายหรือหญิงมิได้เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่นอยู่มิฉะนั้นจะตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1490 ตามข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกัน

การสมรสของบิดาโจทก์และจำเลยตกเป็นโมฆะ ซึ่งความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมนั้นโจทก์ผู้มีส่วนได้เสียย่อมจะกล่าวอ้างขึ้นได้ตามมาตรา 133 และโมฆะกรรมก็ไม่อาจให้สัตยาบันได้ตามมาตรา 134 หรือนัยหนึ่งไม่จำต้องบอกล้างเพราะเสียเปล่ามาแต่ต้นแล้ว แม้บิดามารดาโจทก์จะจดทะเบียนหย่ากัน ก็ไม่ทำให้มีผลย้อนหลังไปถึงการสมรสระหว่างบิดาโจทก์และจำเลยซึ่งตกเป็นโมฆะไปก่อนแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5566/2548

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะที่ผู้คัดค้านจดทะเบียนสมรสกับ ว. นั้น ว. ได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ร้องที่ 1 แล้ว และยังเป็นคู่สมรสกับผู้ร้องที่ 1 อยู่ตลอดมาจน ว. ถึงแก่ความตาย การสมรสระหว่างผู้คัดค้านกับ ว. จึงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2522

โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลย ต่อมาจำเลยแจ้งแก่ น. เจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนสมรสว่า จำเลยไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนเลยอันเป็นเท็จ เพราะจำเลยกับโจทก์ยังเป็นสามีภริยากันโดยชอยด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2506

จำเลยจะอ้างในคำให้การต่อสู้คดีว่าการสมรสระหว่างจำเลยกับบุคคลอื่นเป็นโมฆะหรือโมฆียะไม่ได้ นอกจากศาลพิพากษาว่าเป็นเช่นนั้น การเพิกถอนการสมรสมีผลแต่เวลาที่+คำพิพากษาถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2506

โจทก์กับ ส. เป็นสามีภริยากันอยู่ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ครั้นเมื่อ ส. ตาย กระทรวงกลาโหมได้จ่ายบำนาญตกทอดให้แก่โจทก์ตลอดมา ต่อมาจำเลยไปคัดค้าน กระทรวงกลาโหมจึงงดจ่าย ปรากฏว่าก่อน ส. ตาย ส. ได้สมรสกับจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2503

ป.พ.พ. มาตรา 1488 หมายความว่าตราบใดที่ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่า การสมรสเป็นโมฆะหรือโมฆียะ การสมรสที่จดทะเบียนแล้วย่อมสมบูรณ์อยู่เสมอ ส่วนมาตรา 1445 (3) (4) เป็นแต่เพียงเหตุที่จะฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้