Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 966/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับ ส.ท.ภ. และ ล. มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกัน จำเลยเช่าที่ดินดังกล่าวจาก ส.ครบกำหนดแล้วส. ฟ้องขับไล่จำเลยดังนี้ เป็นเรื่องที่ ส. เจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์เรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนจากจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1356,1359 ประกอบด้วยมาตรา 302 กล่าวคือเจ้าของรวมแต่ละคนมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดยไม่จำต้องให้เจ้าของรวมทุกคนร่วมกันฟ้อง และจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของรวมหมดทุกคน จึงเท่ากับเป็นการฟ้องคดีแทนเมื่อ ส. ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าแล้วและคดีอยู่ระหว่างพิจารณาโจทก์มาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินเช่นเดียวกับคดีที่ ส. ฟ้องนั้นอีกจึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 (ปัญหาเรื่องฟ้องซ้อนนี้ จำเลยมิได้ฎีกา แต่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเอง)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนางสุพรรณ คนซื่อ นายทิพเจริญ นางสาวสุภารัตน์ เด็กหญิงลดาวัลย์ ตุงโสภา เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินตามโฉนดที่ 87 จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวจากนางสุพรรณ คนซื่อ มีกำหนด 10 ปี เพื่อปลูกสร้างอาคาร ครบกำหนดตามสัญญาเช่า นางสุพรรณฟ้องขับไล่จำเลยตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นหมายเลขดำที่ 93/2514 ขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากนางสุพรรณ ต่อมานางสุพรรณ คนซื่อ โดยโจทก์และน้อง ๆ เชิดให้เป็นตัวแทนได้ตกลงยืดระยะเวลาการเช่าออกไปอีก 6 ปี โดยให้จำเลยต่อเติมห้องแถวในที่เช่าเป็นสองชั้น จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาท พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ นางสุพรรณ คนซื่อ นายทิพเจริญ นางสาวสุภารัตน์ เด็กหญิงลดาวัลย์ ตุงโสภา มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามฟ้องร่วมกัน จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวจากนางสุพรรณ มีกำหนด 10 ปี เพื่อปลูกสร้างอาคาร ครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้วนางสุพรรณฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นหมายเลขดำที่ 93/2514 ระหว่างที่คดีนั้นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีกคดีหนึ่ง ขอให้บังคับขับไล่จำเลยออกจากที่ดินเช่นเดียวกับคดีก่อนในปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีกหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีนี้เป็นเรื่องนางสุพรรณ คนซื่อ เจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์เรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนจากจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1356, 1359 ประกอบด้วยมาตรา 302 กล่าวคือ เจ้าของรวมแต่ละคนมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดยไม่จำต้องให้เจ้าของรวมทุกคนร่วมกันฟ้อง และจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของรวมหมดทุกคนจึงเท่ากับเป็นการฟ้องคดีแทน เมื่อนางสุพรรณ คนซื่อ เจ้าของรวมคนหนึ่งฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมอีกคนหนึ่งนำคดีนี้ซึ่งเป็นคำฟ้องเรื่องเดียวกับคดีที่นาง สุพรรณ คนซื่อ ได้ฟ้องไว้แล้วและคดีอยู่ในระหว่างพิจารณามาฟ้องอีก จึงเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามมิให้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้างวินิจฉัยคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้