Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ว. เป็นผู้รับโจทก์เข้าทำงานในบริษัทจำเลยเป็นผู้ทำสัญญาจ้างโจทก์แทนจำเลยซึ่งตามหนังสือจ้างงานดังกล่าวระบุว่าว. มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการบุคคลของบริษัทจำเลยและเมื่อมีกรณีที่โจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ว.ก็เป็นผู้เรียกโจทก์ไปตำหนิเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจำเลยได้เชิดว.ออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยหรือรู้แล้วยอมให้ว. เชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยในการจ้างหรือเลิกจ้างโจทก์ได้ดังนั้นการที่ว. บอกเลิกจ้างโจทก์จึงมีผลผูกพันจำเลยเสมือนว่าว.เป็นตัวแทนของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา821

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 575 ป.พ.พ. มาตรา 582 ป.พ.พ. มาตรา 821 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยนางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายธุรการและบุคคลได้จ้างโจทก์เข้าทำงานตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 32,800บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน ต่อมาวันที่20 มิถุนายน 2537 จำเลยโดยนางสาววันเพ็ญได้บอกเลิกจ้างโจทก์โดยให้มีผลเป็นการเลิกจ้างวันที่ 30 มิถุนายน 2537 โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า กับจำเลยค้างจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์จำนวน 23,582.40 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 16,400 บาท ค่าชดเชย 98,400 บาท และเงินสะสม 23,582.40 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ไม่มีอำนาจที่จะเลิกจ้างโจทก์

จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ โดยเมื่อโจทก์รับเงินเดือนเมื่อวันสิ้นเดือนมิถุนายน 2537 แล้วไม่มาทำงานอีกเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยตามฟ้อง โจทก์ออกจากงานเนื่องจากละทิ้งหน้าที่จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินสะสม และการที่โจทก์ออกจากงานจำเลยไม่อาจหาบุคคลที่จะมาควบคุมการผลิตแทนโจทก์ได้ทัน ทำให้ระบบการผลิตไม่ต่อเนื่อง ไม่สามารถผลิตสินค้าตามที่ลูกค้าสั่งได้ทันทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเป็นเงิน 400,000 บาท แต่จำเลยขอเรียกร้องจากโจทก์เพียง 200,000 บาท ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยจำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าชำระเสร็จแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า

จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยจึงไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้งวันนัดพิจารณา จำเลยแถลงว่าไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ และจำเลยขอสละข้อต่อสู้เกี่ยวกับเงินสะสมโดยยอมจ่ายเงินสะสมให้โจทก์ตามฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่างหน้าจำนวน 16,400 บาท ค่าชดเชย 98,400 บาทและเงินสะสม 23,582.40 บาท แก่โจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์เพราะนางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ไม่มีอำนาจบอกเลิกจ้างโจทก์ เนื่องจากนางสาววันเพ็ญไม่ใช่นายจ้างของโจทก์ และไม่ใช้ตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานกลางไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงว่า นางสาววันเพ็ญเป็นนายจ้างของโจทก์แต่จากคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า นางสาววันเพ็ญเป็นผู้รับโจทก์เข้าทำงานในบริษัทจำเลย เป็นผู้ทำสัญญาจ้างโจทก์แทนจำเลยตามหนังสือจ้างงานเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งตามหนังสือจ้างงานดังกล่าวระบุว่านางสาววันเพ็ญมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการบุคคลของบริษัทจำเลย และเมื่อมีกรณีที่โจทก์บกพร่องต่อหน้าที่นางสาววันเพ็ญก็เป็นผู้เรียกโจทก์ไปตำหนินั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจำเลยได้เชิดนางสาววันเพ็ญออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลย หรือรู้แล้วยอมให้นางสาววันเพ็ญเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยในการจ้างหรือเบิกจ้างโจทก์ได้ ดังนั้นการที่นางสาววันเพ็ญบอกเลิกจ้างโจทก์จึงมีผลผูกพันจำเลยเสมือนว่านางสาววันเพ็ญเป็นตัวแทนของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · ชลอ ทองแย้ม · สละ เทศรำพรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106/2535

ตามพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยพ.ศ.2522 กำหนดให้ผู้ว่าการมีอำนาจบริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1481/2532

เดิมจำเลยที่ 1 จ้างเหมาบริษัทเอกชนดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดและรักษาความปลอดภัยในบริเวณเคหะชุมชนคลองจั่น ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2526 จำเลยที่ 2 ถึง ที่ 61 ซึ่งเป็นคณะกรรมการอาคารชุดเคหะชุมชนคลองจั่น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้