Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9691/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือที่จำเลยมีถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรชี้แจงว่าจำเลยเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โรงเรือนหรืออาคารที่ก่อสร้างขึ้นเป็นลักษณะชั่วคราว จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ทั้งมีสิทธิที่จะขอคืนภาษีโรงเรือนและทีดินที่ชำระไปแล้ว และหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินและรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระหนี้สินของจำเลยภายหลังถูกรัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทานก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานชั่วคราวที่พิพาทให้แก่บริษัทแล้ว จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้น มิใช่คำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 25 และมาตรา 26 แห่งพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัด

ศาลภาษีอากรกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท แก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๓,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยแล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายนริศ พิบูลย์วัฒนา พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินรายพิพาทประจำปีภาษี ๒๕๔๑ โดยกำหนดค่ารายปีเท่ากับค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วจำนวน ๔๙,๒๒๒,๘๔๐ บาท คำนวณเป็นค่าภาษีจำนวน ๖,๑๕๒,๘๕๕ บาท และได้ส่งแบบแจ้งการประเมินให้จำเลยรับไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีหนังสือถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรชี้แจงว่าจำเลยมิได้ใช้ประโยชน์ในโรงเรือนอย่างการประกอบอุตสาหกรรมตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ตามเอกสารหมาย ล.๒๐ ถึง ล.๒๒ โจทก์ต้องพิจารณาดำเนินการให้จำเลยนั้น เห็นว่า เอกสารหมาย ล.๒๐ เป็นหนังสือชี้แจงรายละเอียดไปยังผู้อำนวยการเขตจตุจักร ลงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๒ โดยมีสาระสำคัญว่า จำเลยไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช ๒๔๗๕ เนื่องจากจำเลยเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา ๓ ปี โรงเรือนหรืออาคารที่ก่อสร้างขึ้นเป็นลักษณะอาคารชั่วคราว จำเลยเห็นว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน

ทั้งมีสิทธิที่จะขอคืนภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ชำระไปแล้วระหว่างปีภาษี ๒๕๓๘ ถึง ๒๕๔๐ คืนจากโจทก์และเอกสารหมาย ล.๒๑ เป็นหนังสือฉบับลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๒ มีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินและรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระสะสางหนี้สินของจำเลยภายหลังถูกรัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทานการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานชั่วคราวที่พิพาทให้แก่บริษัทสลิปฟอร์ม เอ็นจิเนียริง จำกัด ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.๒๒ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน เอกสารหมาย ล.๒๐ ถึง ล.๒๒ เป็นเอกสารที่จำเลยมีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่แล้ว และทั้งมิใช่เป็นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ. ๒๔๗๕ ข้อเท็จจริงจึงฟังว่าจำเลยมิได้ร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ค่าภาษีจำนวน ๖,๑๕๒,๘๕๕ บาท ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินไว้จึงเป็นจำนวนเด็ดขาด เมื่อจำเลยไม่ชำระเกินกว่า ๓ เดือน จึงต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑๐ เป็นเงินเงินเพิ่มจำนวน ๖๑๕,๒๘๕.๕๐ บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน ๖,๗๖๘,๑๔๐.๕๐ บาท อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายสุธรรม จุลิรัชนีกร ผู้ตรวจร่างคำพิพากษาศาลฎีกา นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ผู้ตรวจย่อข้อกฎหมาย นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายรัถยา สัตยาบันศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2557

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่า การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินไม่ชอบเนื่องจากโรงเรือนที่โจทก์ต้องเสียภาษีมีตามจำนวนที่แจ้งไว้ในปีภาษี 2545 และปีภาษี 2546 เท่านั้น ส่วนโรงเรือนอื่นในพื้นที่ของโจทก์ไม่ได้ใช้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5430/2557

โจทก์ฟ้องขอคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินโดยอ้างว่า ท่าเทียบเรือบี 3 เป็นทรัพย์สินของ กทท. ที่ใช้ในกิจการสาธารณะโดยตรง ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 9 (2) ซึ่งเป็นบทบัญญัติในภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3899/2552

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วนับเป็นหลักในการค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271/2529

การที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนที่โจทก์ได้ชำระให้จำเลยไปในปีภาษี 2520 และ 2522 โดยอ้างว่าโรงเรือนของโจทก์เป็นโรงเรือนที่ได้รับงดเว้นภาษีนั้น เป็นฟ้องที่ถือได้ว่าการประเมินเรียกเก็บภาษีของเจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3616/2554

ไม่มีบทกฎหมายใดที่บัญญัติให้ถือว่าการที่เทศบาลนครจำเลยรับคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ของโจทก์ไว้พิจารณาและมีคำวินิจฉัยแล้ว เป็นการรับรองว่าผู้ลงลายมือชื่อในคำร้องมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และเป็นกรณ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้