Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9695/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำของจำเลยทั้งยี่สิบห้าโดยชัดเจนว่าจำเลยทั้งหมดบังอาจร่วมกันเล่นการพนันกำถั่ว อันเป็นการพนันประเภทห้ามขาดตามบัญชี ก. อันดับที่ 4 ท้าย พ.ร.บ.การพนันฯ และมิได้มี พ.ร.ฎ.อนุญาตให้จำเลยทั้งยี่สิบห้าเล่นได้ โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และร่วมเล่น ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 25 เป็นผู้เข้าร่วมเล่นการพนัน ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ฟ้องโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิด ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยทั้งยี่สิบห้ากับพวกที่หลบหนีร่วมกันเล่นการพนันกำถั่ว อันเป็นการพนันตามบัญชี ก. อันดับที่ 4 ท้าย พ.ร.บ.การพนันฯ โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และร่วมเล่นด้วยแม้ พ.ร.บ.การพนันฯ มาตรา 12 (1) ได้กำหนดโทษผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันตามบัญชี ก. หมายเลข 4 ซึ่งแยกบทกำหนดโทษสำหรับผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่ไม่ได้เรียกว่าลูกค้าเป็นบทหนึ่ง และสำหรับผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่เรียกว่าลูกค้าเป็นอีกบทหนึ่งก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็มีเพียงเจตนาเดียวคือ เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันกำถั่ว ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็นผู้ร่วมเล่นการพนันกำถั่ว จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยที่ 1 คือความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งยี่สิบห้าตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบของกลางและจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งยี่สิบห้าให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งยี่สิบห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง 10, 12 (1), 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 6 เดือนฐานเป็นผู้เล่น ปรับ 2,000 บาท จำเลยที่ 2 ถึง 25 ฐานเป็นผู้เล่น ปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยทั้งยี่สิบห้าให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 3 เดือน ฐานเป็นผู้เล่น ปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก 3 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยที่ 2 ถึง 25 ฐานเป็นผู้เล่น ปรับคนละ 1,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง กับให้จำเลยทั้งยี่สิบห้าชำระค่าสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า คำฟ้องของโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบของความผิดเพราะมิได้บรรยายว่าการที่จำเลยเข้าเล่นการพนันนั้น หาได้รับอนุญาตแต่อย่างใด เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำของจำเลยทั้งยี่สิบห้าโดยชัดเจนว่าจำเลยทั้งหมดบังอาจร่วมกันเล่นการพนันกำถั่วอันเป็นการพนันประเภทห้ามขาด ตามบัญชี ก. อันดับที่ 4 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 และมิได้มีพระราชกฤษฎีกาอนุญาตให้จำเลยทั้งยี่สิบห้าได้เล่น โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และร่วมเล่น ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 25 เป็นผู้เข้าร่วมเล่นการพนัน ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว

ฟ้องโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิด ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายประการต่อไปว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทการที่ศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษจึงไม่ถูกต้อง เห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยทั้งยี่สิบห้ากับพวกที่หลบหนีร่วมกันเล่นการพนันกำถั่วอันเป็นการพนันตามบัญชี ก. อันดับที่ 4 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และร่วมเล่นด้วย แม้พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12 (1) ได้กำหนดโทษผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันตามบัญชี

ก. หมายเลข 4 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ขึ้นไปจนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไปจนถึง 5,000 บาท ด้วยอีกโสดหนึ่ง เว้นแต่ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่เรียกว่า ลูกค้า ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งแยกบทกำหนดโทษสำหรับผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่ไม่ได้เรียกว่าลูกค้าเป็นบทหนึ่ง และสำหรับผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่เรียกว่าลูกค้าเป็นอีกบทหนึ่งก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็มีเพียงเจตนาเดียวคือ เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นการพนันกำถั่ว ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็นผู้ร่วมเล่นการพนันกำถั่วจึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยที่ 1 คือความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ที่ศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และเป็นผู้ร่วมเล่นการพนันรวม 2 กระทงนั้น เป็นการไม่ชอบ

ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ส่วนปัญหาว่าสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 1 หรือไม่นั้น ปรากฏว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 กับพวกได้พร้อมด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นการพนัน โดยมีการใช้กระดาษแทนเงินสด แสดงว่ามีลักษณะเป็นบ่อนการพนัน อันเป็นต้นเหตุให้ประชาชนลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุขอย่างกว้างขวาง สร้างความเสียหายในทางเศรษฐกิจและก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง แม้จำเลยที่ 1 ไม่เคยกระทำความผิดใด ๆ มาก่อนและมีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว หรือมีเหตุอื่นดังที่จำเลยที่ 1 ยกขึ้นอ้างในฎีกา ก็มิใช่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นอย่างไรก็ตาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วางโทษจำคุกจำเลยที่ 1 จำคุก 6 เดือน ก่อนลดโทษให้นั้น เป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษที่หนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานเจ้ามือรับกินรับใช้และฐานเป็นผู้ร่วมเล่นการพนันเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้วางโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศิริชัย จิระบุญศรี · สมศักดิ์ อเนกพุฒิ · พิศาล อัยยะวรากูล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้