Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อช. พยานคนสุดท้ายของโจทก์ตอบคำถามติงแล้วโจทก์ส่งคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบอำนาจให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนเป็นพยานต่อศาลและให้ช. ดูและแถลงรับรองเอกสารดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการถามพยานเมื่อได้ถามติงพยานเสร็จแล้วโดยได้รับอนุญาตจากศาลตามป.วิ.พ.มาตรา117วรรคสี่จึงรับฟังเอกสารนั้นเป็นพยานได้ การมอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ.2522ให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนนั้นเป็นการมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนตามที่พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครพ.ศ.2518มาตรา35ให้อำนาจไว้จึงไม่จำต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรทั้งไม่มีกฎหมายบังคับให้จำต้องมีพยานรับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจด้วย หัวหน้าเขตผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทำหนังสือมอบหมายงานโยธาให้ผู้ช่วยหัวหน้าเขตควบคุมรับผิดชอบวินิจฉัยสั่งการแทนถือเป็นการมอบอำนาจตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ.2522ซึ่งอยู่ในอำนาจของหน่วยงานโยธาให้ผู้ช่วยหัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนซึ่งชอบที่จะกระทำได้ตามมาตรา17แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครพ.ศ.2518ที่บัญญัติว่าการปฏิบัติราชการที่หัวหน้าเขตจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมายใด หัวหน้าเขตจะมอบอำนาจให้ผู้ช่วยหัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนในนามหัวหน้าเขตก็ได้ไม่ถือเป็นการมอบอำนาจช่วงและไม่จำต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎรกร เมื่อจำเลยก่อสร้างอาคารโดยผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่กำหนดให้เว้นที่ว่างด้านหน้าอาคารสามชั้นไว้ไม่น้อยกว่า6เมตรอันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ.2522มาตรา31ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างตามมาตรา40และให้รื้อถอนตามมาตรา42วรรคแรกแล้วอาคารดังกล่าวก็จะต้องถูกรื้อถอนแม้พนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับจำเลยตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ.2522มาตรา22,65อันเป็นการอ้างบทกฎหมายไม่ถูกต้องและแม้เจ้าพนักงานจะได้ออกหมายเลขที่บ้านให้จำเลยไปแล้วโดยมิได้คัดค้านว่าจำเลยก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตก็ตาม ในการบอกกล่าวให้จำเลยระงับการก่อสร้างและให้รื้อถอนอาคารนั้นเมื่อปรากฏว่าผู้ควบคุมงานของจำเลยเป็นผู้รับคำสั่งดังกล่าวแล้วย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ทราบด้วยโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 117 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 17 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 35 ป.พ.พ. มาตรา 75 ป.พ.พ. มาตรา 820 ป.วิ.พ. มาตรา 54 ป.วิ.พ. มาตรา 249 ป.รัษฎากร มาตรา 118 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 8 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 41 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 มาตรา 17 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 มาตรา 35

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่สร้างเกินแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตออกไป หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 42จำเลยให้การต่อสู้และขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนตามคำขอของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์600 บาท แทนโจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีเอกสารใดมาแสดงว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทน และเอกสารหมาย จ.15 รับฟังเป็นพยานไม่ได้นั้น...เมื่อนายชาญชัยวามะศิริ พยานโจทก์คนสุดท้ายตอบคำถามติงแล้วโจทก์ส่งคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 2643/2522 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2522 เป็นพยานต่อศาลศาลหมาย จ.15 แล้วโจทก์ให้นายชาญชัยดูเอกสารหมาย จ.15 เมื่อดูแล้วนายชาญชัยแถลงว่าเป็นสำเนาคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบอำนาจให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้การที่โจทก์ส่งเอกสารหมาย จ.15 เป็นพยานต่อศาล และให้นายชาญชัยดูเอกสารดังกล่าว แล้วนายชาญชัยแถลงประกอบเอกสาร จะถือได้ว่าเป็นการซักถามพยานเมื่อได้ถามติงพยานเสร็จแล้ว แต่การที่ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์กระทำเช่นนั้น ก็ถือได้ว่าโจทก์ได้รับอนุญาตจากศาลแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 117 วรรคสี่ จึงรับฟังเอกสารหมาย จ.15 เป็นพยานได้ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าคำสั่งกรุงเทพมหานคร เรื่อง มอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทน ไม่สมบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรเพราะมิได้ปิดแสตมป์ตามกฎหมาย และไม่มีพยานอย่างน้อย 2 คนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจนั้น

เห็นว่าการมอบอำนาจดังกล่าวเป็นการมอบอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 มาตรา 35 ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจมอบอำนาจที่ตนมีอยู่ให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดปฏิบัติราชการแทนตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ จึงไม่จำต้องปิดแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรทั้งไม่มีกฎหมายบังคับให้จำต้องมีพยานรับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจด้วย จึงรับฟังเอกสารหมาย จ.15 เป็นพยานได้และฟังได้ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนประเด็นข้อต่อไปที่ว่า นายชัยโรจน์ผู้ช่วยหัวหน้าเขตคลองสานมิใช่เจ้าพนักงานท้องถิ่น เอกสารพยาน จ.14 ไม่ได้ระบุให้นายชัยโรจน์ปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าเขตคลองสานตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 คำสั่งกรุงเทพมหานครไม่ได้ระบุให้หัวหน้าเขตมีอำนาจมอบอำนาจช่วงให้ผู้ช่วยหัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าเขตหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเอกสารหมาย

จ.14 ไม่สมบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรเพราะมิได้ปิดแสตมป์ใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาลไม่ได้นั้นพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 มาตรา 17บัญญัติไว้ความว่า การปฏิบัติราชการที่หัวหน้าเขตจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมายใด หัวหน้าเขตจะมอบอำนาจให้ผู้ช่วยหัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนในนามหัวหน้าเขตก็ได้ ทั้งเอกสารหมาย จ.14 ระบุว่านายณรงค์ โตสมภาค หัวหน้าเขต มอบหมายงานโยธาให้นายชัยโรจน์เป็นผู้ควบคุมรับผิดชอบ มีสิทธิวินิจฉัยสั่งการแทนหัวหน้าเขตไปได้ทันทีประกอบกับการควบคุมการก่อสร้างอยู่ในอำนาจของหน่วยงานโยธานายชัยโรจน์ซึ่งได้รับมอบหมายงานโยธาจากหัวหน้าเขตจึงเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าเขตคลองสานตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522 การมอบอำนาจดังกล่าวเป็นการมอบให้ปฏิบัติราชการแทนตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ไม่เป็นการมอบอำนาจช่วง และไม่จำต้องปิดแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร รับฟังเอกสารหมาย จ.14เป็นพยานได้ นายชัยโรจน์จึงมีอำนาจลงลายมือชื่อในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารหรือรื้อถอนอาคารประเด็นข้อต่อไปที่ว่า จำเลยได้ก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตหรือไม่นั้น จำเลยนำสืบรับว่าจำเลยเป็นผู้ก่อสร้างอาคารตามแบบแปลนเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งตามแบบแปลนดังกล่าวปรากฏว่าที่ว่างด้านหน้าอาคาร เอ. และอาคาร บี. จะต้องกว้าง 6 เมตร และที่ว่างด้านหน้าอาคาร ซี. จะต้องกว้าง 7 เมตร แต่นางสงวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอาคาร

งานโยธา เขตคลองสาน ซึ่งเป็นพยานโจทก์เบิกความว่าพยานได้รับคำสั่งจากนายเรวัต หัวหน้าหมวดควบคุมอาคารเขตคลองสานให้ไปตรวจสอบอาคารที่จำเลยก่อสร้าง ปรากฏว่าที่ว่างด้านหน้าอาคาร เอ. และอาคาร บี. กว้างเพียง 3 เมตร และที่ว่างด้านหน้าอาคาร ซี. กว้างเพียง 5 เมตร ประกอบกับจากการเดินเผชิญสืบตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2526 ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ว่า ระหว่างอาคาร เอ. กับอาคาร บี. กว้าง 5.95 เมตร ซึ่งรวมทางเท้าทั้งสองข้างไว้ด้วย และระหว่างอาคาร ซี.กับอาคารด้านตรงข้ามกว้าง 6.24 เมตร ซึ่งรวมทางเท้าทั้งสองข้างไว้ด้วย การก่อสร้างอาคารของจำเลยจึงผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและเป็นการฝ่าฝืนต่อข้อบัญญัติดกรุงเทพมหานคร

เรื่อง การควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ76(3) ที่กำหนดว่าการปลูกสร้างอาคารสามชั้นให้เว้นที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุมด้านหน้าอาคารไม่น้อยกว่า 6 เมตร อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 40 และ 42 ทั้งเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าอาคารที่จำเลยก่อสร้างและโจทก์จะให้จำเลยรื้อถอน มิได้กระทบกระเทือนต่อความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การสัญจรไปมา และการรักษาอาคารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นเห็นว่าการก่อสร้างอาคารจะมีความปลอดภัยแก่การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม การอำนวยความสะดวกแก่การจราจร ตลอดจนการอื่นที่จำเป็นหรือไม่เป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานครจะเป็นผู้พิจารณา

เมื่อกรุงเทพมหานครได้พิจารณาและตราข้อบัญญัติไว้แล้ว อาคารที่ก่อสร้างขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อบัญญัติดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นอาคารที่ก่อสร้างขึ้นโดยไม่มีความปลอดภัย จำเลยฎีกาว่าบันทึกการเปรียบเทียบเอกสารหมาย จ.11 จำเลยถูกพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับในข้อหาฐานปลูกสร้างอาคารผิดจากแบบที่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 22, 65 มิใช่ตามมาตรา31, 40 และ 42 ตามที่โจทก์กล่าวหานั้นเห็นว่า เมื่อจำเลยก่อสร้างอาคารให้ผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญตอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างตามมาตรา 40 และต่อมาได้สั่งให้จำเลยรื้อถอนตามมาตรา 42 วรรคแรกแล้ว

อาคารดังกล่าวก็จะต้องถูกรื้อถอน แม้พนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับจำเลยโดยอ้างบทกฎหมายไม่ถูกต้อง และเจ้าพนักงานเขตคลองสานออกหมายเลขที่บ้านให้จำเลยโดยมิได้คัดค้านว่าจำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า เขตคลองสานยินยอมให้จำเลยโอนขายอาคาร เอ. อาคาร บี. และอาคาร ซี. บางห้องให้แก่บุคคลภายนอกเท่ากับว่าเขตคลองสานมิได้ทักท้วงหรือคัดค้านว่าจำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตนั้น จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นข้อสุดท้ายที่จำเลยฎีกาว่า

จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือเอกสารหมาย จ.12 และ จ.13 โจทก์จึงยังไม่ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนอาคารนั้นปรากฏว่าผู้ควบคุมของจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในช่องผู้รับตามเอกสารหมาย จ.9 ข้อเท็จจริงจึงเชื่อว่า แม้ลายมือชื่อของผู้ควบคุมงานของจำเลย เมื่อผู้ควบคุมงานของจำเลยเป็นผู้รับคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตามเอกสารหมาย จ.12 และ จ.13 ก็ถือได้ว่าจำเลยได้ทราบด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่จำเลยก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 600 บาทแทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2541

อำนาจในการสั่งให้รื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างผิดแบบแปลนจากที่ได้รับอนุญาตโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 และ42 เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่น และตามมาตรา 4 เจ้าพนักงานท้องถิ่นหมายความว่า ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2533

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ต่อเติมดัดแปลงตึกแถวด้านหลังออกไปกว้าง 2.50 เมตร ยาว 6.50 เมตร อันเป็นการสร้างเชื่อมปิดคลุมทางเดินด้านหลังอาคารต่อจากอาคารด้านหลังไปถึงรั้วหลังอาคารทั้งสองด้าน และมุงหลังคากระเบื้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3463/2563

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 มีบทลงโทษตามมาตรา 66 ทวิ ความผิดดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารได้ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10100/2553

เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นพบว่ามีการก่อสร้างอาคารผิดจากแบบแปลน ผู้ร้องชอบที่จะออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างและสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 (1) และ 41 แต่ผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1870/2549

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 67 จะต้องเป็นกรณีฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างตามมาตรา 40 (1) และคำสั่งห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใด ๆ ของอาคารต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้