คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๘ เจ้าทุกข์จะต้องเสียอากรค่านา ๔๔ บาท ๑๘ สตางค์ เจ้าทุกข์ได้นำเงินไปฝากจำเลยซึ่งเป็นสมุห์บัญชีอำเภอที่บ้านเพื่อนำไปเสียแทนแต่จำเลยมิได้นำไปเสีย จนถึง พ.ศ.๒๔๘๑ จำเลยได้ดำเนินการขอลดเงินค่านาที่นายชม เจ้าทุกข์ต้องเสียนั้ และได้ลด จะต้องเสียเพียง ๔ บาท ๑๘ สตางค์ จำเลยได้เสียให้ตามจำนวนที่แท้จริงคือ ๔ บาท ๑๘ สตางค์ เงินนอกนั้นจำเลยเอาเป็นส่วนตัวเสีย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๓๑,๑๓๕ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๓๕ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๓๕
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายชมนำเงินไปฝากให้จำเลยเสียต่างหาก หาใช่จำเลยเรียกเก็บไม่ ทั้งเวลารับเงินก็เป็นจำนวนเงินที่นายชมต้องเสียตามจำนวนนั้น คดีจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๑๓๕
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์