Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9761/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.พ.พ. มาตรา 1361 บัญญัติว่า "เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ จะจำหน่ายส่วนของตนหรือจำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้ แต่ตัวทรัพย์สินนั้นจะจำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันได้ ก็แต่ด้วยความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน" แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาททั้งสองแปลง 1 ใน 7 ส่วน แต่จากการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของจ่าสิบเอก บ.จดทะเบียนใส่ชื่อของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเพียงคนเดียว และนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองเพื่อประกันหนี้ไว้แก่โจทก์ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องและบรรดาทายาทอื่นของจ่าสิบเอก บ.โต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด ทั้งผู้ร้องและพี่น้องคนอื่นซึ่งเป็นบุตรของจำเลยยังเคยเจรจากับโจทก์ว่าไม่คิดจะโกงโจทก์ และภายหลังโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้แล้ว ผู้ร้องยังมีส่วนเจรจากับโจทก์โดยขอให้โจทก์ยอมลดยอดหนี้ให้แก่จำเลย จนจำเลยและโจทก์ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และเมื่อมีการยึดที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาด ผู้ร้องยังได้ไปดูแลการขายทอดตลาดแทนจำเลยอีกด้วย แสดงว่าตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปี นับแต่จำเลยนำที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไปจำนองไว้แก่โจทก์ ผู้ร้องรู้มาโดยตลอด แต่ไม่เคยโต้แย้งหรือคัดค้าน แสดงว่าผู้ร้องมีเจตนาให้จำเลยแสดงตนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียวและยินยอมให้จำเลยจำนองที่ดินพิพาทได้ การจำนองผูกพันผู้ร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 1361 วรรคสอง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงออกจากการขายทอดตลาดได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอบังคับคดี โดยโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2582 และ 2579 ตำบลท่าช้าง (ย่านซื่อ) อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อบังคับจำนองเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกันที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเฉพาะส่วนของผู้ร้องจำนวนหนึ่งในเจ็ดส่วนดังกล่าวออกจากการขายทอดตลาด โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าเดิมจ่าสิบเอกบัว เป็นเจ้าของโฉนดที่ดินเลขที่ 2582 และ 2579 จ่าสิบเอกบัวเป็นสามีของจำเลย มีบุตร 6 คน รวมทั้งผู้ร้อง ต่อมาจ่าสิบเอกบัวถึงแก่ความตาย จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกไม่มีพินัยกรรมของจ่าสิบเอกบัว ต่อมาจำเลยได้จดทะเบียนชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2582 และโฉนดเลขที่ 2579 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2528 ตามสาระบาญแก้ทะเบียนท้ายสำเนาโฉนดที่ดิน แล้วจำเลยนำที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวจดทะเบียนจำนองเพื่อประกันหนี้ไว้แก่โจทก์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2528 และมีการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองกับโจทก์ร่วม 9 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2540 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า

ผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงหรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาอ้างว่า ที่ดินทั้งสองแปลงเป็นทรัพย์มรดกของจ่าสิบเอกบัว บิดาของผู้ร้องซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 7 ส่วน ผู้ร้องจึงมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว 1 ใน 7 ส่วน การที่จำเลยนำที่ดินทั้งสองแปลงไปจำนองไว้แก่โจทก์ แม้ไม่มีการคัดค้านจากผู้ร้องก็ตาม ก็ยังต้องถือว่าสิทธิของการเป็นเจ้าของรวมของผู้ร้องยังอยู่เหนือที่ดินพิพาท ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอกันส่วนได้นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1361 บัญญัติว่า เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ จะจำหน่ายส่วนของตน หรือจำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้ แต่ตัวทรัพย์สินนั้นจะจำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันได้

ก็แต่ด้วยความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของรวม 1 ใน 7 ส่วนตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในฎีกาก็ตาม แต่จากการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของจ่าสิบเอกบัว จดทะเบียนใส่ชื่อของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดพิพาททั้งสองแปลงเพียงคนเดียว และนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเพื่อประกันหนี้ไว้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2528 และจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองถึง 9 ครั้ง ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องและบรรดาทายาทอื่นของจ่าสิบเอกบัวโต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด โดยผู้ร้องและพี่น้องคนอื่นซึ่งเป็นบุตรของจำเลยยังเคยเจรจากับโจทก์ว่าไม่คิดจะโกงโจทก์ และภายหลังโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้แล้ว ในชั้นพิจารณาของศาล

ผู้ร้องยังมีส่วนในการเจรจากับโจทก์โดยขอให้โจทก์ยอมลดยอดหนี้ให้แก่จำเลย จนจำเลยและโจทก์ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2545 และเมื่อมีการยึดที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดผู้ร้องยังได้ไปดูแลการขายทอดตลาดแทนจำเลยอีกด้วย แสดงว่าตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปี นับแต่จำเลยนำที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไปจดทะเบียนไว้แก่โจทก์ ผู้ร้องรู้มาโดยตลอดแต่ไม่เคยโต้แย้งหรือคัดค้านที่จำเลยนำที่ดินพิพาทจำนองไว้แก่โจทก์ แสดงว่าผู้ร้องมีเจตนาให้จำเลยแสดงตนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียวโดยยินยอมให้จำเลยจำนองที่ดินพิพาทได้ การจำนองจึงผูกพันผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคสอง ดังกล่าวข้างต้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงออกจากการขายทอดตลาดได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · นพพร โพธิรังสิยากร · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครนายก - นายณรงค์ฤทธิ์ โหรสกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุนันท์ เลขบวรวงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2100/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ565/2545
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ484/2546
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้