Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 977/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทและเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งต่าง ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกคำสั่งให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งในนามบริษัทและต้องรับผิดชอบร่วมกับบริษัทอยู่แล้ว แม้บริษัทดังกล่าวจะแบ่งงานออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ มีผู้รับผิดชอบใน แต่ละฝ่ายก็เป็นเรื่องการแบ่งงานภายในของบริษัทเท่านั้น แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะไม่อยู่ปฏิบัติงานที่บริษัทก็ตาม ก็หาปฏิเสธความรับผิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแก่บริษัทที่ตนเป็นกรรมการผู้รับผิดชอบได้ไม่ ตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 มาตรา 79 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้อำนาจคณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจที่จะเปรียบเทียบได้ มิใช่เป็นบทบังคับให้ คณะกรรมการต้องดำเนินการเปรียบเทียบเพียงอย่างเดียวไม่ เมื่อคณะกรรมการดังกล่าวใช้ดุลพินิจไม่เปรียบเทียบก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จะพึงกระทำได้ ทั้งการที่คณะกรรมการดังกล่าวไม่ยอมเปรียบเทียบก็หาขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา 144 ไม่ เพราะการเปรียบเทียบกรณีนี้มิได้อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการจึงสั่งให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบไม่ได้ โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการให้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท ตามบทมาตราต่าง ๆ และมาตรา 75 วรรคหนึ่งและวรรคสองแห่ง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 ซึ่งมาตรา 75 วรรคหนึ่งบัญญัติให้รับผิดมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ส่วนวรรคสอง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองถึงห้าปี และตาม ป.อ. มาตรา 95 (3) บัญญัติถึงความผิดที่ต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปีให้มีอายุความสิบปีนับแต่วันกระทำความผิด ดังนี้ เมื่อนับตั้งแต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับบริษัทระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2530 ถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2531 โดยโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2539 ยังไม่ถึงสิบปี ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 95 ป.วิ.อ. มาตรา 144 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 มาตรา 70 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 มาตรา 75 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 มาตรา 79 ป.พ.พ. มาตรา 1168

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๒๒ ทวิ, ๒๔, ๒๘, ๓๕, ๕๗, ๗๐ และ ๗๕ ป.อ. มาตรา ๘๓, ๙๑ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการกำหนดอัตราส่วนของเงินที่บริษัทเงินทุนให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งและหรือลงทุนในกิจการของบุคคลนั้นกับเงินกองทุนของบริษัทเงินทุน ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๓ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของบริษัทเงินทุน ลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๒๔ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๗ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่ บริษัทเงินทุนต้องเรียก (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๓๐

จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๒ ทวิ, ๒๔, ๒๘, ๓๕ วรรคหนึ่ง, ๕๗ วรรคหนึ่ง, ๗๐, ๗๕ วรรคหนึ่ง วรรคสอง ป.อ. มาตรา ๘๓? จำเลยที่ ๒ มีความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๔, ๒๘, ๕๗ วรรคหนึ่ง, ๗๐, ๗๕ วรรคหนึ่ง วรรคสอง ป.อ. มาตรา ๘๓? จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เชียงใหม่ทรัสต์ จำกัด จดทะเบียนเป็น นิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเงินทุนและธุรกิจหลักทรัพย์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เคยเป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวและความผิดที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยคดีนี้ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เชียงใหม่ทรัสต์ จำกัด ได้ยอมรับผิดโดยยอมให้คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งทำการเปรียบเทียบแล้ว?

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกาอ้างว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ใช่กรรมการผู้รับผิดชอบตามมาตรา ๗๕ เนื่องจากจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ได้ทำงานประจำที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เชียงใหม่ทรัสต์ จำกัด เมื่อมีการประชุมจึงจะมาร่วมประชุม ไม่มีหน้าที่ต้องรายงานการดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัทต่อธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะบริษัทดังกล่าวแบ่งงานออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ มีผู้จัดการรับผิดชอบและในช่วงเวลาที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ก็เดินทางไป ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงไม่ต้องรับผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวมีหน้าที่ในการบริหารงานต่าง

ๆ ของบริษัทดังกล่าวให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ทั้งเป็นผู้ลงนามลายมือชื่อรับทราบคำสั่งต่าง ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกคำสั่งให้บริษัทดังกล่าวปฏิบัติตามกฎหมาย จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นกรรมการย่อมจะมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งในนามของบริษัท และต้องรับผิดชอบร่วมกับบริษัทดังกล่าวอยู่แล้ว แม้บริษัทดังกล่าวจะแบ่งงานออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ มีผู้รับผิดชอบในแต่ละฝ่ายก็เป็นเรื่องการแบ่งงานภายในของบริษัทเท่านั้น และแม้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะไม่อยู่ปฏิบัติงานที่บริษัทดังกล่าวก็ตาม ก็หาปฏิเสธความรับผิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแก่บริษัทดังกล่าวที่ตนเป็นกรรมการผู้รับผิดชอบบริหารงานของบริษัทได้ไม่ ที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกาอ้างว่าตามที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีหนังสือถึงพนักงานอัยการให้เปรียบเทียบ

พนักงานสอบสวนจึงส่งเรื่องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเปรียบเทียบ แต่คณะกรรมการเปรียบเทียบไม่ยอมเปรียบเทียบตามมาตรา ๗๙ แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว การที่คณะกรรมการดังกล่าวไม่ยอมเปรียบเทียบ จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๔๔ พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นคดีนี้นั้น เห็นว่า ตามมาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า "ความผิดตามมาตรา ๗๐ หรือมาตรา ๗๕ ให้คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบได้" เห็นได้ว่าบทบัญญัติตาม มาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง ให้อำนาจคณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจที่จะเปรียบเทียบได้ หาใช่บทบังคับให้

คณะกรรมการต้องดำเนินการเปรียบเทียบเพียงอย่างเดียวไม่ เมื่อคณะกรรมการดังกล่าวใช้ดุลยพินิจไม่เปรียบเทียบ ก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จะพึงกระทำได้ ทั้งการที่คณะกรรมการดังกล่าวไม่ยอมเปรียบเทียบก็หาขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๔๔ ไม่ เพราะการเปรียบเทียบกรณีนี้มิได้อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการจึงสั่งให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๔๔ หาได้ไม่? คดีนี้คณะกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งได้เปรียบเทียบบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เชียงใหม่ทรัสต์ จำกัด ไปแล้ว แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับพวกรวม ๕ คน ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวให้รับผิดตามบทมาตรา ต่าง ๆ และมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง โดยให้คณะกรรมการหรือผู้จัดการของบริษัทนั้นรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าว ซึ่งมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง

บัญญัติให้กรรมการรับผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับ? ส่วนมาตรา ๗๕ วรรคสอง บัญญัติให้กรรมการรับผิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี ดังนี้ เมื่อความผิดของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตามมาตรา ๗๕ ต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีจึงมีอายุความสิบปี ซึ่งนับตั้งแต่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกระทำผิดกับบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ระหว่าง ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ ถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๓๑ โดยโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๓๙ ยังไม่ถึงสิบปี ฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงไม่ ขาดอายุความ?

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · จรัส พวงมณี
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นางเมทินี ชโลธร
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ ภักดีธนากุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3388/2536

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 มาตรา 75(เดิม) บัญญัติว่า"ในกรณีที่บริษัทกระทำความผิดตามมาตรา 70 กรรมการของบริษัทนั้นต้องระวางโทษ เว้นแต่จะพิสูจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6812/2561

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร. ปลัดอำเภอรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวประชาชนและการทะเบียนอื่นๆ ที่อยู่ในคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7095/2549

ในการพิจารณากำหนดอายุความฟ้องผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 95 นั้นต้องถือเอาตามข้อหาหรือฐานความผิดที่ศาลพิจารณาได้ความ คดีนี้จำเลยถูกศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 147 ซึ่งมีอายุความฟ้องภายใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6168/2548

โจทก์และโจทก์ร่วมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นเม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2543

ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายเกี่ยวกับวันเวลาเกิดเหตุว่า เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม 2540 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งหมดได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ได้ร่วมกันละเมิดลิขสิท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้