Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การแจ้งความของจำเลยเป็นการใช้สิทธิตามที่กฎหมายให้อำนาจส่วนผลของการแจ้งความจะเป็นประการใดเป็นอีกส่วนหนึ่ง การแจ้งความของจำเลยจึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะถือเป็นเหตุหย่าตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(3) กรณีที่จำเลยฟ้องคดีอาญากล่าวหาโจทก์และ พ. ร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จนั้น จำเลยกระทำการโดยสุจริตโดยเข้าใจว่าตนมีสิทธิที่จะกระทำได้หาใช่เป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(3) ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาในข้อหาแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อมาจำเลยได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กล่าวหาโจทก์ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานการกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้งสองกรณี เป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกศาลและเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวอันเป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรงทำให้ไม่สามารถร่วมอยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยอีกต่อไปได้ขอให้จำเลยจดทะเบียนหย่ากับโจทก์จำเลยให้การว่า ที่จำเลยฟ้องโจทก์และนางพยุรีเป็นจำเลยในข้อหาแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพราะทั้งสองได้สมคบกันฉ้อฉลและแสดงเจตนาลวง โดยให้โจทก์สั่งจ่ายเช็คให้แก่นางพยุรีซึ่งบุคคลทั้งสองไม่มีหนี้สินต่อกัน และนางพยุรีฟ้องโจทก์เรียกเงินตามเช็คดังกล่าว

ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และนางพยุรีได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลย เป็นการละเมิดต่อจำเลย จำเลยจึงต้องป้องกันสิทธิของตน ส่วนที่จำเลยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพราะโจทก์ได้โอนขายรถยนต์อันเป็นสินสมรสให้แก่บุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย และโจทก์ได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นโสด โดยลงลายมือชื่อรับรองข้อความดังกล่าว ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาโจทก์ในประการแรกที่ว่าจำเลยแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับโจทก์

ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน เป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรงและเป็นเหตุหย่านั้น ได้ความว่าโจทก์จำเลยได้ซื้อรถยนต์ภายหลังจากที่สมรสกันแล้ว รถยนต์คันดังกล่าวจึงเป็นสินสมรสที่โจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน การที่โจทก์ขายรถยนต์ให้แก่บุคคลอื่นโดยที่จำเลยไม่ทราบ และได้ระบุในบันทึกคำแจ้งความเรื่องขอโอนและขอรับโอนทะเบียนรถยนต์ว่าโจทก์เป็นโสด มีเหตุให้จำเลยเชื่อได้ว่าโจทก์ขายรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของตนเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นการแจ้งความของจำเลยจึงเป็นการใช้สิทธิตามที่กฎหมายให้อำนาจ ส่วนผลของการแจ้งความจะเป็นประการใดนั้นเป็นอีกส่วนหนึ่ง และไม่เป็นการตัดสิทธิของจำเลยที่จะเลือกแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน การแจ้งความของจำเลยจึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรงที่จะถือว่าเป็นเหตุหย่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(3)ฎีกาในข้อต่อไปของโจทก์ที่ว่า

จำเลยฟ้องโจทก์และนางพยุรีเป็นจำเลยคดีอาญา ในข้อหาร่วมกันแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรงและเป็นเหตุหย่านั้น แม้โจทก์จะอ้างในฎีกาว่าผลของคดีศาลพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม แต่มูลเหตุที่จำเลยดำเนินคดีกับโจทก์และนางพยุรีซึ่งเป็นพี่สาวโจทก์ มีเหตุสมควรที่ทำให้จำเลยเข้าใจได้ว่า หนี้สินระหว่างโจทก์กับนางพยุรีไม่น่าจะเป็นหนี้สินที่โจทก์ต้องชำระให้แก่นางพยุรี จึงเป็นหนี้ที่สมยอมกันเพื่อกลั่นแกล้งจำเลยให้ต้องถูกบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำเลยเป็นเจ้าของรวมนอกจากนี้หลังจากนางพยุรีฟ้องคดีเรียกเงินตามเช็คจากโจทก์แล้วในชั้นบังคับคดีได้มีการนำยึดที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และจำเลยร่วมกัน

จากพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีดังกล่าวทำให้จำเลยเข้าใจว่าการถูกยึดทรัพย์เป็นผลมาจากการกลั่นแกล้งของโจทก์โดยร่วมมือกับนางพยุรี ดังนั้น การที่จำเลยฟ้องคดีอาญาดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่า จำเลยมีสิทธิกระทำได้เพื่อป้องกันส่วนได้เสียและปกป้องทรัพย์สินของจำเลย หาใช่เป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(3)สำหรับฎีกาในข้อที่ว่า โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเกินควรเมื่อคำนึงถึงสภาพฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยามาคำนึงประกอบจึงควรพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกันนั้นเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง เป็นฎีกาที่ไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้