Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9801/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

น. เป็นผู้คิดค้นรูปแบบรายการโทรทัศน์ประเภทสปอร์ตเรียลลิตี้ "THE WINNER" ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์จัดประกวดและคัดเลือกนักฟุตบอลให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อทำการเผยแพร่ออกอากาศทางโทรทัศน์ แม้รูปแบบรายการโทรทัศน์ดังกล่าวที่ น. คิดขึ้นในขณะนำมาเสนอกับจำเลยจะยังไม่มีการแสดงออกทางความคิดจนเกิดเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 แต่ต่อมาได้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทโจทก์โดยมี น. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจโจทก์ โจทก์และจำเลยตกลงร่วมกันผลิตรายการโทรทัศน์ดังกล่าวและได้ทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกัน โดยจำเลยตกลงที่จะชำระค่าตอบแทนให้แก่โจทก์ในการได้สิทธิผลิตและออกอากาศชุดรายการโทรทัศน์ดังกล่าว ข้อตกลงเกี่ยวกับการที่โจทก์อนุญาตให้สิทธิจำเลยผลิตรายการตามรูปแบบรายการดังกล่าวและนำไปออกอากาศจึงมีผลผูกพันและสามารถบังคับได้ตามกฎหมายระหว่างโจทก์และจำเลย โจทก์แจ้งต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุ ชื่อ "THE WINNER" ก่อนที่โจทก์จะได้สร้างสรรค์งานดังกล่าวซึ่งขณะนั้นไม่มีงานลิขสิทธิ์เกิดขึ้น การแจ้งดังกล่าวจึงไม่ทำให้โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว เพราะการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์นั้นจะต้องมีการสร้างสรรค์งานและเข้าเงื่อนไขตามที่บัญญัติไว้ตามกฎหมาย โจทก์เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้สร้างสรรค์งานโสตทัศนวัสดุเทปต้นฉบับรายการโทรทัศน์ "THE WINNER" ตอนที่ 1 ถึง 3 ก่อนที่จำเลยจะนำมาตัดต่อเพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ เป็นตอนที่ 1 ถึง 3 โจทก์จึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปต้นฉบับรายการโทรทัศน์ตอนที่ 1 ถึงที่ 3 ดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 8 (2) จำเลยได้มีการประชุมร่วมกับโจทก์และตกลงให้จำเลยตัดต่อเทปต้นฉบับเพื่อออกอากาศใหม่ ถือว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยทำการตัดต่อเทปตอนที่ 1 ถึง 3 ใหม่ตามการแสดงออกทางความคิดของจำเลยเพื่อออกอากาศ เป็นการที่โจทก์ยินยอมอนุญาตให้จำเลยดัดแปลงงานโสตทัศน์วัสดุเทปต้นฉบับรายการโทรทัศน์อันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยจึงมีลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปโทรทัศน์รายการโทรทัศน์ที่ดัดแปลงแล้วนำออกอากาศในตอนที่ 1 ถึง 3 ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 11 จำเลยนำเทปรายการโทรทัศน์ตอนที่ 1 ถึง 3 ที่จำเลยได้ออกอากาศมาตัดต่อใหม่เป็นเทปรายการโทรทัศน์ดังกล่าวตอนที่ 4 ถึง 6 เป็นการที่จำเลยดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนเอง จำเลยจึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์ ตอนที่ 4 ถึงที่ 6 ดังกล่าว เทปรายการโทรทัศน์ตอนที่ 7 ถึง 27 เป็นเทปรายการโทรทัศน์ที่จำเลยสร้างสรรค์ขึ้นภายหลังที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยผลิตรายการโทรทัศน์ดังกล่าวตามบันทึกข้อตกลง โดยโจทก์ให้สิทธิจำเลยในการผลิตและออกอากาศชุดรายการโทรทัศน์ "THE WINNER" ที่โจทก์เป็นเจ้าของสิทธิในรูปแบบรายการดังกล่าว โดยไม่ปรากฎข้อตกลงอื่นเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์ ที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ผลิต จำเลยซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์งานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์ตอนที่ 7 ถึง 27 ดังกล่าวจึงเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 8 (2)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,191,800 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น

จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับให้โจทก์ชำระเงิน 2,940,530 บาท แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ให้เพิกถอนทะเบียนข้อมูลเลขที่ ส.2702 ข้อมูลลิขสิทธิ์ประเภทงานโสตทัศนวัสดุ ฉบับลงวันที่ 29 มิถุนายน 2548 ของโจทก์ ให้จำเลยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานโสตทัศนวัสดุ ลักษณะงานการถ่ายทำบันทึกเทปโทรทัศน์อันเกี่ยวกับการจัดทำกิจกรรมคัดเลือกตัวเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 18 ปี เพื่อเป็นตัวแทนนักเรียนไทยไปทำการแข่งขันชิงแชมป์ฟุตบอลเยาวชนนักเรียนเอเชียอายุไม่เกิน 18 ปี ชื่อผลงาน "เดอะวินเนอร์" แต่เพียงผู้เดียว และให้จำเลยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานแพร่เสียงแพร่ภาพลักษณะงานการนำงานโสตทัศนวัสดุที่จำเลยเป็นเจ้าของดังกล่าวแล้วทำการถ่ายทอดแพร่เสียงแพร่ภาพรายการการจัดทำกิจกรรมคัดเลือกตัวเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 18 ปี เพื่อเป็นตัวแทนนักเรียนไทยไปทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงแชมป์นักเรียนเอเชียอายุไม่เกิน 18 ปี

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้จำเลยชำระเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับฟ้องแย้งให้เป็นพับ

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุรายการโทรทัศน์"THE WINNER" ตามฟ้องหรือไม่

โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ถ่ายรายการงานโสตทัศนวัสดุ "THE WINNER" ตอนที่ 1 ถึง 3 รวมถึงตอนที่ 4 ถึง 6 จนแล้วเสร็จออกมาเป็นเทปต้นฉบับงานโสตทัศนวัสดุ "THE WINNER" แม้โจทก์จะยังไม่ได้โฆษณางานแต่โจทก์ในฐานะผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีสัญชาติไทย งานโสตทัศนวัสดุดังกล่าวจึงเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์แล้วนั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังยุติว่า นายนพดล กรรมการผู้มีอำนาจโจทก์เป็นผู้คิดค้นรูปแบบรายการโทรทัศน์ประเภทประเภทสปอร์ตเรียลลิตี้ "THE WINNER" ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์จัดประกวดและคัดเลือกนักฟุตบอลให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อทำการเผยแพร่ออกอากาศทางโทรทัศน์ แม้รูปแบบรายการโทรทัศน์ที่นายนพดลคิดขึ้นดังกล่าวในขณะมานำเสนอกับจำเลยจะยังไม่มีการแสดงออกทางความคิดจนเกิดเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

พ.ศ.2537 แต่ต่อมาได้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทโจทก์โดยมีนายนพดลเป็นกรรมการผู้มีอำนาจโจทก์ โจทก์และจำเลยตกลงร่วมกันผลิตรายการโทรทัศน์ดังกล่าวและต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงทำบันทึกข้อตกลง โดยจำเลยตกลงที่จะชำระค่าตอบแทนให้แก่โจทก์ในการได้สิทธิผลิตและออกอากาศชุดรายการโทรทัศน์ "THE WINNER" ข้อตกลงเกี่ยวกับการที่โจทก์อนุญาตให้สิทธิจำเลยผลิตรายการตามรูปแบบรายการดังกล่าวและนำไปออกอากาศจึงมีผลผูกพันและสามารถบังคับได้ตามกฎหมายระหว่างโจทก์และจำเลย สำหรับการที่โจทก์ได้แจ้งต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุ ชื่อ "THE WINNER" เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2548 เป็นการแจ้งก่อนที่โจทก์จะได้สร้างสรรค์งานดังกล่าวซึ่งขณะนั้นไม่มีงานลิขสิทธิ์เกิดขึ้น

การแจ้งดังกล่าวจึงไม่มีผลทำให้โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว เพราะการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์นั้นจะต้องมีการสร้างสรรค์งานและเข้าเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ตามกฎหมาย ซึ่งตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 8 (2) ได้ระบุเงื่อนไขของการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์งานในกรณีที่ยังไม่มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานของตนที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นได้ ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้สร้างสรรค์งานโสตทัศนวัสดุเทปต้นฉบับรายการโทรทัศน์ "THE WINNER" ตอนที่ 1 ถึง 3 ก่อนที่จำเลยจะนำมาตัดต่อเพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นตอนที่ 1 ถึง 3 ดังนั้นโจทก์จึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปต้นฉบับรายการโทรทัศน์

ตอนที่ 1 ถึง 3 ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อต่อมาจำเลยได้มีการประชุมร่วมกับโจทก์และตกลงให้จำเลยตัดต่อเทปต้นฉบับเพื่อออกอากาศใหม่ ถือว่าโจทก์ยินยอมให้โจทก์ทำการตัดต่อเทปตอนที่ 1 ถึง 3 ใหม่ตามการแสดงออกทางความคิดของจำเลยเพื่อออกอากาศ จึงเป็นการที่โจทก์ยินยอมอนุญาตให้จำเลยดัดแปลงงานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์อันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยจึงมีลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์ที่ดัดแปลงแล้วนำออกกาศในตอนที่ 1 ถึง 3 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 11 สำหรับเทปรายการโทรทัศน์ "THE WINNER" ตอนที่ 4 ถึง 6 เมื่อต่อมาข้อเท็จจริงฟังยุติว่าจำเลยได้นำเทปรายการโทรทัศน์"THE WINNER" ตอนที่ 1 ถึง 3 ที่จำเลยได้ออกอากาศซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของจำเลยมาตัดต่อใหม่เป็นเทปรายการโทรทัศน์

"THE WINNER" ตอนที่ 4 ถึง 6จึงเป็นการที่จำเลยดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนเอง จำเลยจึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์ตอนที่ 4 ถึง 6 ดังกล่าว ส่วนเทปรายการโทรทัศน์ "THE WINNER ตอนที่ 7 ถึง 27 เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติว่าเป็นเทปรายการโทรทัศน์ที่จำเลยได้สร้างสรรค์ขึ้นภายหลังที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยผลิตรายการโทรทัศน์ดังกล่าวตามบันทึกข้อตกลง ซึ่งตามข้อตกลงดังกล่าวเป็นการที่โจทก์ให้สิทธิจำเลยในการผลิตและออกอากาศชุดรายการโทรทัศน์ "THE WINNER" ที่โจทก์เป็นเจ้าของสิทธิในรูปแบบรายการดังกล่าว โดยไม่ปรากฏข้อตกลงอื่นเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์ที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ผลิต

จำเลยซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์งานโสตทัศนวัสดุเทปรายการโทรทัศน์ "THE WINNER" ตอนที่ 7 ถึง 27 ดังกล่าวจึงเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 8 (2) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าที่โจทก์นำสืบยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้แสดงออกซึ่งความคิดในรูปแบบใดแบบหนึ่งอันจะถือว่าโจทก์มีลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุชุดรายการโทรทัศน์ ชื่อผลงาน "THE WINNER" ดังกล่าว ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน และเมื่อได้วินิจฉัยเช่นนี้แล้วจึงไม่ต้องพิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับคำขอของโจทก์ที่ให้พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอีกเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยต้องชำระเงินทดรองจ่ายในการผลิตรายการตอนที่ 1 ถึง 6 จำนวน 541,800 บาท ให้แก่โจทก์หรือไม่ โจทก์มีนายนพดล ทำบันทึกถ้อยคำยืนยันว่า ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้ทดรองจ่ายแทนจำเลยและค่าประสานงานเพื่อทำการผลิตรายการโทรทัศน์ตอนที่ 1 ถึง 6 เป็นเงิน 490,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 51,800 บาท รวม 541,800 บาท รายละเอียดตามสำเนาหนังสือติดตามหนี้สินค้างชำระ ส่วนจำเลยมีนายจรัส ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทจำเลยเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า โจทก์ไม่เคยออกเงินทดรองจ่ายในการผลิตรายการ เงินที่ใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของจำเลย โจทก์รับเงินจากจำเลย 1,600,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่า จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ตามค่าใช้จ่ายที่เป็นจริงหลังเสร็จงานที่จังหวัดขอนแก่น

มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินทั้งหมด โจทก์คงแสดงหลักฐานการจ่ายเงินให้บริษัทเจ ครูว์ จำกัด 1,000,000 บาท ส่วนที่เหลือ 600,000 บาท โจทก์มีหลักฐานประกอบเพียงเล็กน้อย และส่วนที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ โจทก์อ้างว่าเป็นค่าแรงและค่าตัวโจทก์และพนักงานโจทก์ เห็นว่าตามหนังสือติดตามหนี้สินค้างชำระ ที่โจทก์อ้างว่า จำเลยยังคงค้างชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโจทก์ ดังนี้ ค่าประสานงานกับซัพพลายเออร์ในช่วง 6 ตอนแรกของการผลิตรายการ 1. J CREW 250,000 บาท 2. THE STUDIO PRODUCTION 200,000 บาท 3. อาหารและร้านซักผ้าที่เดอะวินเนอร์ แคมป์ 40,000 บาท โดยนายจรัสตัวแทนของจำเลยตกลงกับตัวแทนของโจทก์ที่จะชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามสำเนาการประชุมวันที่ 15 สิงหาคม 2548 ด้วยนั้น แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ส่งมาไม่ได้มีสำเนาการประชุมดังกล่าวมาแสดงด้วย และไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินดังกล่าวมาแสดงสนับสนุน

ทั้งจำเลยนำสืบโต้แย้งว่า โจทก์ไม่เคยออกเงินทดรองจ่ายในการผลิตรายการแทนจำเลย วันที่ 2 มิถุนายน 2548 โจทก์รับเงินจากจำเลย 1,605,000 บาท ตามสำเนาใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี แต่โจทก์จ่ายให้บริษัทเจ ครูว์ จำกัด (J CREW) เพียง 1,000,000 บาท และหลังจากนั้นก็จ่ายอีกประมาณ 100,000 บาท ถึง 200,000 บาท ซึ่งนายนัดดาเพ็ญ กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทเจ ครูว์ จำกัด พยานโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านยอมรับในข้อนี้และยืนยันว่า เงินที่ได้รับจากโจทก์มีไม่ถึงร้อยละ 50 ของค่าผลิตรายการที่ตกลงกับโจทก์ แต่ภายหลังจำเลยชำระเงินค่าผลิตทั้งหมดให้เรียบร้อยแล้วพยานโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลน้อยกว่าพยานจำเลย จึงไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ได้ทดรองจ่ายเงิน 541,800 บาท แทนจำเลย จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมควร วิเชียรวรรณ · อร่าม เสนามนตรี · ไมตรี ศรีอรุณ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ป)76/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ21/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ110/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้