Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 3 เฉี่ยวชนรถยนต์เก๋งทำให้รถทั้งสองคันเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ ต่อมาจำเลยที่ 3 กับ ณ. ผู้ขับรถยนต์เก๋งทำบันทึกข้อตกลงโดยตกลงกันว่าจำเลยที่ 3 ยอมรับช่วยเหลือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อบรรเทาผลร้ายโดยยอมจ่ายเงินให้ ณ. จำนวน 20,000 บาท และ ณ. ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดเพิ่มเติม บันทึกดังกล่าวไม่มีรายละเอียดระบุว่าเงินช่วยเหลือที่ ณ. รับไปนั้นเป็นค่าเสียหายใด ทั้ง ศ. ผู้เอาประกันภัยรถยนต์เก๋งได้เรียกร้องให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์เก๋งแล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะเชิด ณ. เป็นตัวแทนให้ตกลงเรื่องค่าเสียหายแทน เงินช่วยเหลือค่าเสียหายตามบันทึกตกลงค่าเสียหายจึงเป็นค่าเสียหายส่วนตัวของ ณ. เนื่องจาก ณ. ได้รับบาดเจ็บและไม่อาจใช้รถยนต์เก๋งเดินทางต่อไปได้ไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายของรถยนต์เก๋งที่โจทก์รับประกันภัยไว้ บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ อันจะทำให้มูลละเมิดที่รถยนต์เก๋งซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้ระงับสิ้นไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายจำนวน ๒๑๕,๓๓๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๒๐๘,๘๑๒ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ตามที่โจทก์ฟ้องและให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๖,๐๐๐ บาท ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันวินาศภัยรถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียน ๑ ศ - ๐๗๑๕ กรุงเทพมหานคร ไว้จากนางสาวศิริพัตน์ ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นสามีภริยากันและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๕๘๐๓ ลำปาง ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ จำเลยที่ ๑ ขับรถเลี้ยวขวาจะกลับรถไปทางจังหวัดลำปาง เป็นเหตุให้นายณรงค์ชัยซึ่งขับรถยนต์เก๋งที่โจทก์รับประกันภัยแล่นตามมาชนรถยนต์บรรทุก

รถยนต์เก๋งที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย ต่อมาวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๓ กับนายณรงค์ชัยได้ทำบันทึกการตกลงค่าเสียหายกันที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองลำปาง โดยจำเลยที่ ๓ จ่ายเงินให้นายณรงค์ชัย ๒๐,๐๐๐ บาท ตามบันทึกการตกลงค่าเสียหาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า บันทึกการตกลงค่าเสียหายเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งนายณรงค์ชัยกระทำไปในฐานะตัวแทนของนางสาวศิริพัตน์ อันเป็นผลให้จำเลยทั้งสามพ้นจากความรับผิดหรือไม่ ตามบันทึกการตกลงค่าเสียหายมีข้อความว่า จำเลยที่ ๓ เจ้าของรถยนต์บรรทุกกับนายณรงค์ชัยผู้ขับรถยนต์เก๋งมาพบกันเพื่อตกลงในเรื่องจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋ง ทำให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย

มีผู้บาดเจ็บ โดยตกลงกันว่า ข้อ ๑. จำเลยที่ ๓ เจ้าของรถยนต์บรรทุกยอมรับช่วยเหลือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อบรรเทาผลร้าย โดยจ่ายเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้แก่นายณรงค์ชัย ข้อ ๒. นายณรงค์ชัยตกลงตามข้อ ๑. ด้วยความพอใจทุกประการและได้รับเงินจำนวนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดเพิ่มเติมอีก ท้ายบันทึกจำเลยที่ ๓ ลงลายมือชื่อผู้มอบเงิน นายณรงค์ชัยลงลายมือชื่อผู้รับเงิน นางสาวศิริพัตน์และนายสุรชัยพนักงานออกตรวจอุบัติเหตุและเจรจาค่าสินไหมของโจทก์ได้ร่วมลงชื่อเป็นพยาน เห็นว่า บันทึกตกลงค่าเสียหายดังกล่าวไม่มีรายละเอียดระบุว่า เงินช่วยเหลือค่าเสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาท ที่นายณรงค์ชัยรับไปเป็นค่าเสียหายใด

จำเลยที่ ๑ เบิกความรับว่า ในวันเกิดเหตุนายณรงค์ชัยได้รับบาดเจ็บต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และทราบว่าในวันเกิดเหตุนายณรงค์ชัยกับพวกที่นั่งมาในรถยนต์เก๋งจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ชัยจึงเป็นผู้เสียหายเนื่องจากได้รับบาดเจ็บและไม่อาจใช้รถยนต์เก๋งเดินทางกลับกรุงเทพมหานครได้ ส่วนนางสาวศิริพัตน์ผู้เอาประกันภัยรถยนต์เก๋งมีนายสุรชัยพนักงานของโจทก์เดินทางมาด้วย แสดงว่านางสาวศิริพัตน์ได้เรียกร้องให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์เก๋งแล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดที่นางสาวศิริพัตน์จะตกลงเรื่องค่าเสียหายของรถยนต์เก๋งกับจำเลยที่ ๓ หรือเชิดนายณรงค์ชัยเป็นผู้ตกลงเรื่องค่าเสียหายของรถยนต์เก๋งตามที่จำเลยที่ ๓ อ้าง

พยานโจทก์ที่นำสืบมามีเหตุผลและน้ำหนักดีกว่าพยานจำเลยทั้งสามที่นำสืบลอย ๆ ว่า นายณรงค์ชัยตกลงเรื่องค่าเสียหายของรถยนต์เก๋งแทนนางสาวศิริพัตน์ด้วย ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าเงินช่วยเหลือค่าเสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาท ตามบันทึกการตกลงค่าเสียหายเป็นค่าเสียหายของนายณรงค์ชัย ไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายของรถยนต์เก๋งที่โจทก์รับประกันภัยไว้ บันทึกการตกลงค่าเสียหายดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความอันจะทำให้มูลละเมิดที่รถยนต์เก๋งซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้ระงับสิ้นไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดที่ระงับสิ้นไปแล้วนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น?

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๔,๐๐๐ บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เนตรมัย · ระพินทร บรรจงศิลป · สมชาย จุลนิติ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นายอิทธิ มุสิกะพงษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายโสฬส สุวรรณเนตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10008/2558

จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์บุตรจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์ที่ อ. ขับซึ่งเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนทำบันทึกตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4037/2558

รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี มีข้อความสรุปได้ว่า ส่วนความเสียหายของรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฌป 7852 กรุงเทพมหานครนั้น พ.ผู้ครอบครองรถยนต์จะใช้สิทธิการซ่อมตามประกันภัยของตน ส่วนความเสียหายจากเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536/2554

การประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 นั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่ หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน แต่สำเนารายงานประจำวันเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2551

บันทึกข้อตกลงที่จำเลยที่ 1 ผู้กระทำละเมิดยอมรับผิดต่อ น.ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ว่าจะนำรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายไปซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะยอมรับผิดชอบใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5786/2550

โจทก์ตั้งรูปคดีฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยนำสืบตามคำฟ้องให้เห็นว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ซึ่งเป็นของ ช. วันเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อชนรถยนต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้