Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9839/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (7) บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทำการใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก การที่จำเลยซึ่งทำงานเป็นผู้ดูแลและเก็บค่าบริการของร้านเกมชื่อ ร้านท้อปเกม ยินยอมให้ ว. อายุ 15 ปี และ ณ. อายุ 16 ปี ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส เข้าเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในร้านที่จำเลยดูแลในเวลา 2 นาฬิกาโดยเก็บเงิน 20 บาท ต่อการเล่นเกม 3 ชั่วโมง แม้การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ถือเป็นการนันทนาการ ไม่ใช่กีฬาตามที่จำเลยฎีกา แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำใดๆ อันมีลักษณะใกล้เคียงกันจึงต้องได้รับความคุ้มครองเช่นกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการแสวงหาประโยชน์ทางการค้าซึ่งในเวลาเช่นนั้นบุคคลทั้งสองต้องพักผ่อนหลับนอนเพื่อให้ได้รับการพัฒนาตามวัยอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของ ว. และ ณ. ตามมาตรา 26 (7)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26, 78

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (7), 78 จำคุก 3 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นให้ลงโทษกักขังจำเลยไว้มีกำหนด 2 เดือน แทนโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและ วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 6 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่ใช้บังคับขณะยื่นฎีกา

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า การที่นายวิทยาและนายณัฐสิทธิ์ซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เข้าเล่นเกมในเวลา 2 นาฬิกา ในร้านที่จำเลยดูแลก่อนและหลังเล่นเกมมีผลเป็นการขัดขวางการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กอย่างไร ขอให้ยกฟ้องหรือรอการลงโทษ เห็นว่า เป็นฎีกาที่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่าวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (7) เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดแสวงหาประโยชน์จากเด็ก การที่นายวิทยา และนายณัฐสิทธิ์ ทำงานในเวลากลางคืน

นอนเวลากลางวันและไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีความจำเป็นต้องตื่นนอนเช้าไปในโรงเรียน เมื่อเลิกงานแล้วยังไม่ง่วงนอนย่อมมีสิทธิจะเล่นอะไรเพื่อเป็นการผ่อนคลายก่อนกลับบ้าน การห้ามไม่ให้ร้านท๊อปเกมให้บริการแก่นายวิทยาและนายณัฐสิทธิ์เป็นการเลือกปฏิบัติต่อเด็กอันเป็นการละเมิดสิทธิ์เด็ก และการห้ามมิให้ร้านท๊อปเกมให้บริการเกมคอมพิวเตอร์แก่เด็กหลังเวลา 22.00 นาฬิกา จะต้องมีกฎหมายห้ามโดยเฉพาะนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 บัญญัติคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรม เสี่ยงต่อการถูกกระทำทารุณกรรมหรือยุยง ส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือเสี่ยงต่อการกระทำผิดหรือใช้เด็กหรือแสวงหาประโยชน์จากเด็กโดยมิชอบ สำหรับมาตรา 26 (7) บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬาหรือให้กระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก การที่จำเลยยินยอมให้นายวิทยาและนายณัฐสิทธิ์ขณะเกิดเหตุอายุ 15 ปี และ 16 ปี ตามลำดับทั้งไม่ปรากฏว่าบุคคลทั้งสองบรรลุนิติภาวะด้วยการสมรสเข้าเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในร้านท๊อปเกมส์ที่จำเลยควบคุมดูแลในระหว่างเวลา 2 นาฬิกา ในวันเกิดเหตุ

แม้การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ซึ่งถือว่าเป็นนันทนาการไมใช่กีฬา แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำใดๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันจึงต้องได้รับการคุ้มครองเช่นกัน การที่จำเลยยินยอมให้นายวิทยาและนายณัฐสิทธิ์เข้าเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในเวลาวิกาลโดยมีค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์ทางการค้าซึ่งในเวลาเช่นนั้นบุคคลทั้งสองควรได้รับการพักผ่อนหลับนอนเพื่อได้รับการพัฒนาตามวัยการกระทำของจำเลยจึงมีลักษณะเป็นการแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของนายวิทยาและนายณัฐสิทธิ์จึงเป็นความผิดตาม มาตรา 26 (7) แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าไม่มีกฎหมายห้าม จึงเป็นการเลือกปฏิบัติและเป็นขัดต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่อย่างไรก็ตามเห็นว่า ข้อหาที่จำเลยกระทำผิดไม่ร้ายแรงนัก ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อนสมควรรอการลงโทษให้จำเลย แต่เห็นควรให้ปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งและคุมความประพฤติจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 5,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล · สมชาย พันธุมะโอภาส · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ - นายชาตรี พงษ์อาภา
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายภิญโญ แสงภู่
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยช.(อ)256/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
คด12/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
คด35/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกเยาวชนและครอบครัว
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้