Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ในตำแหน่งเป็นนายเรือ โดยมีข้อตกลงตามสัญญาว่าในกรณีเรือที่ลูกจ้างทำงานเดินทางกลับมาถึงท่าเรือกรุงเทพฯ ภายหลังวันครบกำหนดสัญญาจ้างมิให้ถือว่าเป็นการต่อสัญญาจ้างหรือเป็นการจ้างโดยมิได้กำหนดเวลาแต่อย่างใด การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ข้อตกลงตามสัญญาจ้างดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 17 วรรคหนึ่งนั้น เป็นการอุทธรณ์ให้มีการตีความข้อความในสัญญาว่าชอบด้วยกฎหมายและมีผลบังคับหรือไม่เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย และที่โจทก์อุทธรณ์ว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยมีระยะเวลาติดต่อกันมาโดยตลอด หาได้สิ้นสุดเป็นคราว ๆ ไม่ จึงเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา เป็นการอุทธรณ์ให้ตีความสัญญาว่าชอบด้วยกฎหมายและมีผลบังคับหรือไม่ กับเป็นสัญญาที่มีกำหนดเวลาแน่นอนหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายเช่นกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 157,173.33 บาท ค่าชดเชย 438,533.33 บาท และค่าเสียหายกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 252,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวทุกจำนวน นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 157,173.33 บาท และค่าชดเชย 438,533.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 กรกฎาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งนายเรือตามสัญญาจ้างฉบับที่ 1 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2543 มีกำหนดเวลา 6 เดือน เมื่อครบกำหนดแล้วได้ทำสัญญาจ้างกันใหม่ทุกระยะ 6 เดือน อีก 6 ฉบับ ฉบับสุดท้ายครบกำหนดวันที่ 15 เมษายน 2547 โดยมีข้อตกลงตามสัญญาว่าในกรณีเรือที่ลูกจ้างทำงานเดินทางกลับมาถึงเมืองท่ากรุงเทพมหานครภายหลังวันครบกำหนดสัญญาจ้างมิให้ถือว่าเป็นการต่ออายุสัญญาจ้างหรือเป็นการจ้างโดยมิได้กำหนดเวลาแต่อย่างใด แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาจ้างเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลา เมื่อเรือที่โจทก์ทำงานกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 30 เมษายน 2547 และจำเลยได้บอกเลิกจ้างโจทก์ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2547 ทันที จึงเป็นการเลิกสัญญาตามกำหนดและข้อตกลงดังกล่าว ที่โจทก์อุทธรณ์ในข้อ 3.1 ว่า ข้อตกลงตามสัญญาจ้างดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง กับอุทธรณ์ข้อ 3.2 ว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยมีระยะเวลาติดต่อกันมาโดยตลอด หาได้สิ้นสุดเป็นคราว ๆ ไม่ จึงเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลานั้นเป็นการอุทธรณ์ให้มีการตีความข้อความในสัญญาว่าชอบด้วยกฎหมายและมีผลบังคับหรือไม่ กับเป็นสัญญาที่มีกำหนดเวลาแน่นอนหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3.3 มิได้เป็นการโต้แย้งข้อวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ศาลแรงงานกลางกำหนดให้แล้ว เป็นแต่เพียงข้ออุทธรณ์ที่เสริมเหตุผลของอุทธรณ์ ข้อ 3.2 เท่านั้น เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชัดแจ้ง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้ว" ให้รับอุทธรณ์ข้อ 3.1 และ 3.2 ของโจทก์ไว้เพื่อดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รัตน กองแก้ว · ชวลิต ยอดเณร · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8631/2550

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 123 วรรคหนึ่ง เป็นการให้สิทธิลูกจ้างเลือกที่จะนำคดีเสนอต่อศาลแรงงานหรือยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานดำเนินการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ ทางใดทางห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2546

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า บริษัท ด. เลิกจ้างโจทก์เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเหตุที่มีอยู่จริงและเป็นเจตนาของนายจ้างที่จะเลิกจ้างด้วยเหตุดังกล่าว ถือไม่ได้ว่านายจ้างเลิกจ้างโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65828)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงซึ่งนำไปสู่ข้อกฎหมาย จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2545

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำแถลงรับของคู่ความพอวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย แต่โจทก์อุทธรณ์ว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัยคดี ศาลแรงงานกลางต้องสั่งให้สืบพยานโจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้