Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 98930)

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งแปดได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับจำเลยที่ 1 โจทก์ที่ 1 ชำระราคาที่ดินแก่จำเลยที่ 1 ครบถ้วนในวันทำสัญญา และได้ติดตามทวงถามให้จำเลยที่ 1 ทำการแบ่งโฉนดโอนให้แก่จำเลยที่ 1 ตลอดมา แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 8 ก็ได้ผ่อนชำระที่ดินพิพาทที่จะซื้อแก่จำเลยที่ 1 ตลอดมา แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ย้ายไปเสียจากภูมิลำเนาไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ ณ ที่ใด และไม่แจ้งให้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 8 ทราบ โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 8 จึงไม่ได้ผ่อนชำระ ราคาที่ดินแก่จำเลยที่ 1 อีกต่อไป กรณีจะถือว่าสัญญาสิ้นสุดโดยปริยายเพราะโจทก์ทั้งแปดไม่นำพาปฏิบัติตามสัญญา อันมีผลเป็นการยกเลิกสัญญากันโดยปริยายไม่ได้ ฉะนั้นด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามสัญญาระหว่างโจทก์ทั้งแปดและจำเลยที่ 1 จึงทำให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทขายให้แก่โจทก์ทั้งแปด ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญา จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับซื้อฝากที่ดินพิพาทดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 ทั้งรู้อยู่ว่าที่ดินดังกล่าวได้ทำเป็นที่ดินจัดสรรและมีผู้มาซื้อแล้ว ย่อมแสดงว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริต เมื่อจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทจนหลุดเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ได้ที่ดินพิพาทไป โดยรู้ข้อความจริงอันเป็นการให้โจทก์ทั้งแปดผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ โจทก์ทั้งแปดผู้เป็นเจ้าหนี้จึงฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ โจทก์ทั้งแปดเพิ่งได้ทราบว่าจำเลยที่ 1 นำที่ดินพิพาทไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เมื่อเดือนสิงหาคม 2537 ฉะนั้น เมื่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2537 โจทก์ที่ 4 ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2537 และโจทก์ที่ 5 ถึงที่ 8 ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2537 จึงหาพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เวลาที่โจทก์ทั้งแปดได้รู้ถึงเรื่อง การขายฝากซึ่งเป็นต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนไม่ คดีโจทก์ทั้งแปดไม่ขาดอายุความหนึ่งปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 240

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓ เรียกโจทก์สำนวนที่สองว่า โจทก์ที่ ๔ เรียกโจทก์สำนวนที่สามว่า โจทก์ที่ ๕ เรียกโจทก์สำนวนที่สี่ว่า โจทก์ที่ ๖ ถึงที่ ๘

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องทำนองเดียวกันขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๙๖๙๑ ๙๙๖๙๐ และ ๓๖๘๗ ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ของจำเลยทั้งสาม ให้จำเลยที่ ๑ รับเงินค่าที่ดิน ที่ค้างชำระจากโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๘ และจดทะเบียนโอนขายให้แก่โจทก์ทั้งแปด หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือ เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม จำเลยที่ ๑ ทั้งสี่สำนวนขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทั้งสี่สำนวนให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งแปดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินพิพาททั้งสามแปลงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งแปดตามที่ปรากฏในแผนที่พิพาทให้จำเลยที่ ๑ รับเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระจากโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๘ และจดทะเบียนโอนขายให้โจทก์ทั้งแปดได้ที่ดินตามแปลงหมายเลขที่ระบุไว้ในแผนที่พิพาท เอกสารหมาย จ. ถึง จ.๓ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทั้งสี่สำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้งแปดทำสัญญาจะซื้อที่ดินพิพาทจัดสรรจากจำเลยที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ ชำระราคาที่ดินแก่จำเลยที่ ๑ ครบถ้วนในวันทำสัญญา ส่วนโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๘ ชำระราคาที่ดินบางส่วน จำเลยที่ ๑ นำที่ดินพิพาททั้งสามโฉนดไปขายฝากไว้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีกำหนดไถ่ถอนภายใน ๑ ปี แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ยอมถอนภายในกำหนด ที่ดินพิพาททั้งสามโฉนดจึงตกเป็นของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ประการแรกว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทระหว่าง โจทก์ทั้งแปดกับจำเลยที่ ๑ สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ที่ ๑ ชำระราคาที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ ครบถ้วนแล้ว อีกทั้งได้ติดตามทวงถามให้จำเลยที่ ๑ ทำการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินและโอนให้แก่โจทก์ที่ ๑ ตลอดมา แต่จำเลยที่ ๑ เพิกเฉย สำหรับโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๘ ก็ได้ผ่อนชำระราคาที่ดินพิพาทที่จะซื้อให้แก่จำเลยที่ ๑ ตลอดมา แต่เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้ไปเสียจากภูมิลำเนาโดยไม่มีผู้ใดทราบว่าจำเลยที่ ๑ ไปอยู่ ณ ที่ใด และโดยไม่แจ้งให้โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๘ ทราบ โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๘ จึงไม่ได้ผ่อนชำระราคาที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ อีกต่อไป

กรณีจะถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ทั้งแปดและจำเลยที่ ๑ สิ้นสุดลงโดยปริยายเพราะโจทก์ทั้งแปดไม่นำพาปฏิบัติตามสัญญาอันมีผลเป็นการยกเลิกสัญญากันโดยปริยายไม่ได้ ฉะนั้นด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามสัญญาระหว่างโจทก์ทั้งแปดและจำเลยที่ ๑ ก็กระทำให้จำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทขายให้แก่โจทก์ทั้งแปดผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญา

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ประการต่อมาว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ ๑ โดยสุจริตหรือไม่ เห็นว่าขณะที่จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาขายฝากกับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๔ นั้น ในที่ดินที่จัดสรรที่จำเลยที่ ๑ ขายฝากไว้นั้นมีผู้จะซื้อที่ดินที่จัดสรรไว้ได้เข้าไปปลูกบ้าน อยู่อาศัยบ้างแล้ว การที่จำเลยที่ ๒ ได้เข้าไปดูที่ดินก่อนรับซื้อฝาก ย่อมจะต้องเห็นสภาพที่ดินที่แบ่งเป็นล็อก ๆ ประมาณ ๑๐๐ แปลง มีหลักปูนซิเมนต์ปักไว้ทั้งสี่ด้านและมีถนนผ่านกลางที่ดินที่จัดสรร นอกจากนี้ยังต้องเห็นบ้านด้วย เมื่อจำเลยที่ ๒ ได้เข้าไปดูก่อนรับซื้อฝากย่อมต้องเข้าใจได้ดีและรู้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินจัดสรรแบ่งขายให้แก่ประชาชนโดยทั่วไปแล้ว

เมื่อจำเลยที่ ๒ ดูที่ดินแล้วได้ปรึกษากับจำเลยที่ ๓ แล้ว ดังนี้ถือได้ว่า จำเลยที่ ๓ ได้ทราบข้อเท็จจริง ดังกล่าวแล้วด้วย ฉะนั้น การที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยังขืนรับซื้อฝากที่ดินดังกล่าวจากจำเลยที่ ๑ ทั้งรู้อยู่ว่าที่ดินดังกล่าวได้ทำเป็นที่จัดสรร มีผู้มาซื้อและปลูกบ้านบ้างแล้ว เช่นนี้แสดงว่าจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ ๑ โดยไม่สุจริตเป็นทางให้โจทก์ทั้งแปดซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ เสียเปรียบ การที่จำเลยที่ ๑ ลูกหนี้ได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทจดหลุดเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้ได้ที่ดินพิพาทไปก็ได้รู้ข้อความจริงอันเป็นทางให้โจทก์ทั้งแปดผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบนั้นด้วยเช่นนี้ ป.พ.พ. มาตรา ๒๓๗ บัญญัติให้โจทก์ทั้งแปดผู้เป็นเจ้าหนี้ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ประการสุดท้ายว่า คดีโจทก์ทั้งแปดขาดอายุความหนึ่งปีตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๔๐ แล้วหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งแปดเพิ่งได้ทราบว่าจำเลยที่ ๑ นำที่ดินพิพาทไปขายฝากแก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๓๗ ฉะนั้น เมื่อโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓ ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๓๗ โจทก์ที่ ๔ ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๓๗ และโจทก์ที่ ๕ ถึงที่ ๘ ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๓๗ จึงหาพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่ โจทก์ทั้งแปดได้รู้ถึงเรื่องการขายฝากซึ่งเป็นต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนนั้นได้ คดีโจทก์ทั้งแปดไม่ขาดอายุความ หนึ่งปีตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๔๐

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวินิตย์ ศรีภิญโญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายโชค จงสงวน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้