คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระค่าปุ๋ย จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี ต่อมามีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยยอมชำระเงินให้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเป็นจำเลยเมื่อวันที่จ่าศาลไปทำการยึดทรัพย์ ก่อนนั้นจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้อง ไม่เคยรับหมายเรียกของศาล ไม่เคยแต่งตั้งผู้ใดเป็นทนายแก้ต่างว่าต่างในคดีนี้ และไม่เคยให้การต่อสู้คดี ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีมิใช่เรื่องขาดนัด เป็นเรื่องคู่ความทำยอม ศาลพิพากษาตามยอม จำเลยจึงขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้ ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า แม้กระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินการมา มิใช่เป็นการพิจารณาโดยขาดนัดก็ตาม แต่ปรากฏตามคำร้องของจำเลยว่าการดำเนินคดีของโจทก์ตั้งแต่ฟ้องจนกระทั่งมีการบังคับคดีนั้น
จำเลยไม่ทราบเพราะจำเลยไม่เคยรับหมายเรียกของศาล ไม่เคยแต่งตั้งให้นายวินัย นิติสุขเป็นทนายความแก้ต่าง ไม่เคยให้การต่อสู้คดี ไม่เคยมอบอำนาจให้ทนายความมีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนจำเลย จำเลยเพียงทราบว่าถูกฟ้องเมื่อจ่าศาลไปยึดทรัพย์จำเลยในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2520 ซึ่งถ้าหากเป็นความจริงดังจำเลยอ้าง การดำเนินกระบวนพิจารณาของนายวินัย นิติสุข ทนายความก็เป็นไปโดยมิชอบ ข้อเท็จจริงจะเป็นประการใดนั้น ตามกรณีนี้สมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยก่อน การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยโดยมิได้มีการไต่สวน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและสั่งคำร้องของจำเลยใหม่ตามรูปความ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่