Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้นให้ไว้แก่โจทก์มีจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง เท่านั้น มิใช่หนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103,104 และ 118 แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 680 ป.วิ.พ. มาตรา 103 ป.วิ.พ. มาตรา 104 ป.วิ.พ. มาตรา 118 ป.รัษฎากร มาตรา 103 ป.รัษฎากร มาตรา 104 ป.รัษฎากร มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งหัวหน้าเขตการขาย จำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ในวงเงิน 200,000 บาท ระหว่างทำงานจำเลยที่ 1 ได้หลอกลวงเอาสินค้าและเรียกเก็บเงินมัดจำจากลูกค้าตัวแทนจำหน่ายของโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้คืนสินค้าและเงินดังกล่าวให้แก่ลูกค้าแล้วคิดเป็นเงิน53,809.30 บาท เบียดบังยักยอกเอาเงินค่าสินค้าที่เรียกเก็บจากลูกค้าแล้วไม่ส่งมอบแก่โจทก์เป็นเงิน 23,199 บาท แอบอ้างลูกค้ารับสินค้าไปเองเป็นเงิน 29,274.03 บาทและค้างชำระค่ารักษาพยาบาลและค่าสินค้าเป็นเงิน 102,113.75 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 208,396.08 บาท โจทก์ได้เลิกจ้างจำเลยที่ 1 ไปแล้ว ขอให้บังคับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวนดังกล่าว โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิด 200,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองขาดนัดและขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 208,396.08 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า หนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งมิได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ต้องห้ามมิให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีหรือไม่ เห็นว่า หนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 เป็นเอกสารที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้นให้ไว้แก่โจทก์เพื่อแสดงว่าจำเลยที่ 2ตกลงเข้าค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์โดยมีสาระสำคัญว่า

หากจำเลยที่ 1 ก่อหนี้สินขึ้นแก่โจทก์หรือกระทำการใด ๆ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยที่ 2 ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายนั้นทั้งหมดภายในวงเงิน 200,000 บาทให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองเท่านั้น มิใช่หนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103,104 และ 118 แต่อย่างใด ดังนั้น แม้หนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าหนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย

จ.5 รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้แล้วพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 นั้น เป็นการไม่ชอบ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ในระหว่างการทำงานจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามหนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 ดังกล่าว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้จำนวน 200,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย จึงประเสริฐ · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5028/2541

เอกสารฉบับพิพาทเป็นเพียงบันทึกที่จำเลยที่ 2 ตกลงค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์ว่า หากจำเลยที่ 1 กระทำด้วยประการใด ๆ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมชดใช้ จำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7565/2538

สัญญาประกันเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวโดยมีหลักประการตามมาตรา112แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิใช่เป็นสัญญาค้ำประกันซึ่งผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 131/2535

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเล่นแชร์ กับโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3ลงชื่อต่อท้ายสัญญาในฐานะผู้ค้ำประกัน ถือว่าเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 วรรคสอง มิใช่เป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21819/2556

หนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น อันเป็นเอกสารมหาชนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 127 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้และถูกต้อง เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 5 ที่ถูกอ้างเอกสารนั้นมายันจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7016/2550

แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน และศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาพอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้