Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 99229)

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้ผู้เสียหายซึ่งคือโจทก์ร่วม เพื่อชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์ร่วมเองกลับยืนยันรับข้อเท็จจริงในฎีกาของโจทก์ร่วมว่าโจทก์ร่วมลงนามในฐานะผู้ให้กู้แทนบริษัทลัวเซียร์-ไทย จำกัด จึงต้องถือว่าบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เป็นผู้ทรงและ มีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาทที่จำเลยออกเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ แม้ตามข้อเท็จจริงโจทก์ร่วมเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนบริษัทลัวเซียร์-ไทย จำกัด ได้ ก็ไม่อาจแปลเจตนาว่ากระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ โจทก์ร่วมในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมและไม่มีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนว่าจำเลยออกเช็ครวม ๒ ฉบับ มอบให้นางสุพัตรา ผู้เสียหาย เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายนำเช็คทั้งสองฉบับเข้าบัญชีเงินฝากเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๒) (๕)

จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

ระหว่างพิจารณานางสุพัตรา ผู้เสียหายทั้งสองสำนวนขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๕) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้จำคุกกระทงละ ๑ ปี เรียงกระทงลงโทษรวม ๒ กระทง เป็นจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์ร่วมแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมและมีอำนาจฟ้องหรือไม่เสียก่อน ในปัญหานี้โจทก์ร่วมอ้างในฎีกาว่า จากการนำสืบของโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด โจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาข้อตกลงว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการจัดหาธนาคารมาเป็นผู้ค้ำประกันงานโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกโดยโจทก์ร่วมจ่ายเงินในนามกรรมการผู้จัดการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ให้แก่จำเลย สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย และเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมยึดถือไว้

ปรากฏว่าจำเลยไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าใช้จ่ายพร้อมค่าเสียหายแก่ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ซึ่งจำเลยยินยอมให้โจทก์ร่วมนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมในฐานะกรรมการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ลงลายมือชื่อเป็นผู้ให้กู้ และจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ โจทก์ร่วมมิได้กระทำในฐานะส่วนตัว แต่เป็นการกระทำในฐานะเป็นตัวแทนเชิดของ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับ มอบให้ นางสุพัตรา แสงอร่าม ผู้เสียหายซึ่งคือโจทก์ร่วม เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์ร่วมเองกลับยืนยันรับข้อเท็จจริงในฎีกาของโจทก์ร่วมว่า

โจทก์ร่วมลงนามในฐานะผู้ให้กู้แทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด จึงต้องถือว่าบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เป็นผู้ทรงและมีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาท ทั้งสองฉบับที่จำเลยออกเพื่อชำระหนี้ แม้ตามข้อเท็จจริง โจทก์ร่วมเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท กระทำการแทนบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ได้ ก็ไม่อาจแปลเจตนาว่า กระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ โจทก์ร่วมในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหายคดีนี้ไม่มีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมและไม่มีอำนาจฟ้อง คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ร่วมประการอื่นอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลล่าง
ศาลแขวงดุสิต - นายวิธูร คลองมีคุณ
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2620/2567

แม้จำเลยจะออกเช็คพิพาทให้โจทก์ร่วมเพื่อให้โจทก์ร่วมถอนฟ้องจำเลยในคดีที่โจทก์ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดอาญาแผ่นดินก็ตาม แต่การที่โจทก์ร่วมจะถอนฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่ ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ร่วมอันพึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2567

จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (2) และ (5) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้รอการกำหนดโทษและคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ มีกำห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2567

มูลหนี้ตามเช็คในคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงิน 1,200,000 บาท เพื่อชำระหนี้กู้ยืม หลังจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงได้ชำระเงินสด 300,000 บาท และนำเช็ค 3 ฉบับ ฉบับละ 75,00…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2567

หนังสือรับสภาพหนี้มีข้อความชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ 467,000 บาท จำเลยยอมชำระหนี้ดังกล่าวโดยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยและโจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าวด้วย หนังสือรับสภาพหนี้ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5209/2566

จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ แต่ก่อนถึงกำหนดวันที่ลงในเช็ค จำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยย่อมไม่มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของตนเองนับแต่วันดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้