Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9937/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.พ.พ. มาตรา 609 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้การขนส่งไปรษณียภัณฑ์ในหน้าที่กรมไปรษณีย์โทรเลขอยู่ในบังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับสำหรับทบวงการนั้น ๆ การฝากส่งสิ่งของพัสดุไปรษณีย์กับจำเลย จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับตาม พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 และไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2549 โดยอนุวัติตาม พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ประกอบ พ.ร.ฎ. กำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย พ.ศ.2546 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการฝากส่งสิ่งของนั้น เมื่อสิ่งของที่ฝากส่งเป็นสินค้าประเภทอัญมณีเครื่องประดับมีมูลค่าสูง แต่ผู้ฝากส่งสิ่งของใช้วิธีการส่งประเภทไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ โดยระบุที่หีบห่อพัสดุว่า "STONE" และมิได้ระบุราคาสินค้าหรือแจ้งราคาสินค้าหรือได้ทำไปรษณีย์รับประกันระหว่างประเทศไว้กับจำเลย ซึ่งตามระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 43 ว่าด้วยบริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ พ.ศ.2525 หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์และหลักการข้อ 8 และระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 43 แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พ.ศ.2530 ข้อ 8 กำหนดชนิดของสิ่งของที่จะส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศไว้ อันแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ในการออกระเบียบดังกล่าวว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการควบคุมการส่งสิ่งของทางบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและเป็นสากล ไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้วิธีการทางบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศฝากส่งสิ่งของต้องห้ามหรือต้องจำกัดการส่งออกไปยังปลายทางโดยปราศจากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อนที่สิ่งของนั้นได้ถูกส่งถึงผู้รับยังปลายทางในต่างประเทศ ดังนั้น เมื่อผู้ฝากส่งส่งอัญมณีที่มิได้ระบุไว้ว่าเป็นสิ่งของต้องห้ามฝากส่ง แต่มีมูลค่าสูงเกินกว่าที่จะส่งได้ด้วยวิธีการส่งประเภทไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศโดยไม่ต้องปฏิบัติตามพิธีการทางศุลกากรก่อน ทั้งไม่ได้แจ้งราคาสิ่งของที่ฝากส่งด้วย จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าวโดยชัดแจ้ง ถือเป็นความเสี่ยงภัยของผู้ฝากส่งเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 833,401 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 830,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการด้านไปรษณีย์และโทรคมนาคมทุกประเภททั้งในประเทศ ระหว่างประเทศและนอกประเทศ ตามหนังสือรับรอง พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 การดำเนินการของจำเลยจึงต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หนังสือสั่งการและประกาศของการสื่อสารแห่งประเทศไทย นายอนุชา โดยนายอุ้มยศ ฝากส่งสิ่งของเป็นสินค้าประเภทเครื่องประดับอัญมณี ทับทิมและพลอยเจียรนัย น้ำหนักรวม 1,616 กรัม จำนวน 8,080 กะรัต เป็นเงิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามใบกำกับสินค้า โดยทางไปรษณีย์กับจำเลย

ณ ที่ทำการไปรษณีย์ของจำเลย โดยใช้บริการขนส่งทางอากาศ ประเภทบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศเพื่อส่งให้แก่นายเอเจย์ ผู้รับปลายทางที่เมืองไจเปอร์ ประเทศอินเดีย โดยระบุสิ่งของที่ฝากส่งว่า "STONES" ซึ่งเป็นสินค้า (Merchandise) จำนวน 1 หีบห่อ น้ำหนัก 2,012 กรัม จำเลยรับฝากเป็นไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศหมายเลข EE063445244TH โดยนายอนุชามิได้ระบุราคาในใบรับส่งพัสดุภัณฑ์ แต่สินค้าดังกล่าวนายอนุชาได้ทำสัญญาประกันภัยไว้กับโจทก์ในวงเงิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 898,000 บาท ต่อมาถุงหีบห่อพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศที่จำเลยส่งได้มาถึงสำนักงานไปรษณีย์ระหว่างประเทศ เมืองไจเปอร์ ประเทศอินเดียแล้ว ปรากฏว่าสินค้าที่นายอนุชาส่งได้สูญหายไม่ถึงผู้รับปลายทางที่ประเทศอินเดีย นายอนุชาได้เรียกร้องให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแล้วเป็นเงิน 830,500 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าสินค้าที่นายอนุชาส่งกับจำเลย เป็นอัญมณีซึ่งไม่ได้ระบุเป็นเงื่อนไขในการฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศว่า เป็นสิ่งของที่ต้องห้ามฝากส่ง ข้อ 2.1 ถึง 2.12 จึงไม่ต้องผ่านพิธีการทางศุลกากร ทั้งสินค้าที่ส่งดังกล่าวยังส่งไปไม่ถึงผู้รับสินค้าที่ปลายทาง จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดต่อผู้ฝากส่งตามประกาศของการสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลยจึงไม่หลุดพ้นจากความรับผิด นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 609 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้การขนส่งไปรษณียภัณฑ์ในหน้าที่กรมไปรษณีย์โทรเลขอยู่ในบังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับสำหรับทบวงการนั้น ๆ ดังนั้น การที่นายอนุชาฝากส่งสิ่งของพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวกับจำเลย จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับตามพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย

พ.ศ.2519 พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 และไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2549 โดยอนุวัติตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ประกอบพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย พ.ศ.2546 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการฝากส่งสิ่งของ ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า สิ่งของที่นายอนุชาฝากส่งกับจำเลยเป็นสินค้าประเภทอัญมณี เครื่องประดับ มีมูลค่ารวม 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 830,500 บาท แต่นายอนุชาฝากส่งสิ่งของกับจำเลยในรูปของพัสดุไปรษณีย์โดยวิธีการส่งประเภทไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ โดยระบุที่หีบห่อพัสดุว่า "STONE" และมิได้ระบุราคาสินค้าหรือแจ้งราคาสินค้าหรือได้ทำไปรษณีย์รับประกันระหว่างประเทศไว้กับจำเลย โดยปรากฏตามระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 43 ว่าด้วยบริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ

พ.ศ.2525 หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์และหลักการข้อ 8 กำหนดไว้ว่า ไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ได้แก่ สิ่งของที่มีลักษณะเป็นข่าวสารทั่วไป เอกสารธุรกิจการค้า เอกสารหรือข้อมูลสำหรับเครื่องจักรสมองกล สิ่งพิมพ์ ตัวอย่างสินค้า สินค้าซึ่งมีราคาไม่เกิน 3,000 บาท ทั้งนี้ สิ่งของดังกล่าวตามวรรคหนึ่งจะต้องไม่มีลักษณะเป็นข่าวสารส่วนตัว จดหมายส่วนบุคคล หรือไม่เป็นของต้องห้ามส่งทางไปรษณีย์ หรือต้องจำกัดในการส่งออกหรือไม่เป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้าของประเทศปลายทาง และระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 43 แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พ.ศ.2530 ข้อ 8 กำหนดไว้ว่า ไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ได้แก่ สิ่งของทุกชนิดที่สามารถฝากส่งเข้าสู่ทางไปรษณีย์ตามปกติได้

เว้นแต่สิ่งของที่มีข้อกำหนดว่าจะต้องฝากส่งทางบริการใดบริการหนึ่งโดยเฉพาะ หรือเป็นของต้องห้ามนำเข้าประเทศปลายทาง นอกจากนั้น สิ่งของที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้สามารถฝากส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของพนักงานศุลกากรก่อน คือ 8.1 ไม่เป็นของต้องห้ามในการส่งออก 8.2 ไม่เป็นของต้องจำกัดในการส่งออก (การส่งออกต้องได้รับอนุญาตก่อน) 8.3 ไม่เป็นของต้องเสียอากรขาออกหรือค่าภาคหลวงหรือค่าภาษีการค้าในการส่งออก 8.4 การฝากส่งจากผู้ฝากรายหนึ่งไปยังผู้รับรายเดียวกันไม่ว่าจะมีจำนวนกี่ห่อ มีราคาคราวหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท 8.5 ไม่เป็นการส่งออกที่ขอคืนอากรหรือขอรับเงินชดเชยค่าภาษี 8.6 ไม่เป็นการส่งออกที่ขอใบสุทธิสำหรับนำกลับเข้ามาส่งของที่มิได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขข้อ 8.1 - 8.4 หากจะฝากส่งทางบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศก็สามารถกระทำได้ แต่จะต้องปฏิบัติพิธีการทางศุลกากรก่อน

เช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ในการออกระเบียบดังกล่าวได้ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการควบคุมการส่งสิ่งของทางบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศให้เป็นไปโดยเรียบร้อยและเป็นสากล ไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้วิธีการทางบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศฝากส่งสิ่งของต้องห้ามตามกฎหมายหรือต้องจำกัดการส่งออกไปยังปลายทางโดยปราศจากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อนที่สิ่งของนั้นได้ถูกส่งถึงผู้รับยังปลายทางในต่างประเทศ ดังนั้น แม้ว่าสิ่งของที่นายอนุชาฝากส่งจะเป็นอัญมณีที่มิได้ระบุไว้ว่า เป็นสิ่งของต้องห้ามฝากส่งของ แต่สิ่งของที่ฝากส่งก็มีมูลค่าสูงเกินกว่าสิ่งของที่จะส่งได้ด้วย วิธีการส่งประเภทไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศโดยไม่ต้องปฏิบัติตามพิธีการทางศุลกากรก่อน

การที่นายอนุชาส่งสิ่งของที่มีมูลค่าสูงไว้ในพัสดุไปรษณีย์ด้วยวิธีการส่งประเภทไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศโดยไม่ได้แจ้งราคาและดำเนินพิธีการทางศุลกากร จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าวโดยชัดแจ้ง ถือเป็นความเสี่ยงภัยของผู้ฝากส่งเอง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระพล ตั้งสุวรรณ · อร่าม เสนามนตรี · ไมตรี ศรีอรุณ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางสาวกาญจนา เกิดโพธิ์ทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)308/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
กค21/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
กค171/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2551

การรับขนของทางบกระหว่างประเทศเข้าลักษณะของการับขนตาม ป.พ.พ บรรพ 3 ลักษณะ 8 ว่าด้วยการรับขนและตามบทบัญญัติว่าด้วยการรับขนดังกล่าวก็ไม่ได้บัญญัติเป็นการยกเว้นไว้ดังที่ป.พ.พ. มาตรา 609 วรรคสอง ประกอบ พ.ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081/2543

ผู้รับประกันภัยรับประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยสำหรับความเสียหายในการขนส่งอุปกรณ์ไฟฟ้าทางทะเลจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย เมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายและผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4277/2540

"ผู้ขนส่งอื่น" ตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534มาตรา 3 วรรคสอง มีอยู่ 2 ประเภท คือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ขนส่งให้ทำการขนส่งของตามสัญญารับขนของทางทะเลประเภทหนึ่ง และบุคคลอื่นซึ่งผู้ขนส่งอื่นได้ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2540

สัญญารับขนสินค้าพิพาททำขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2534ซึ่งในวันดังกล่าว พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ยังไม่มีผลใช้บังคับแม้โจทก์จะฟ้องคดีนี้ในวันที่ 20 มกราคม 2536 หลังจากที่ พ.ร.บ.การรับขนของทาง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2382/2539

จำเลยมีวัตถุประสงค์รับขนส่งสินค้าทางทะเลและลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ว่าจำเลยเป็นตัวแทนเรือของบริษัท ซ. ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าต่างประเทศที่ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย เป็นผู้แจ้งต่อกรมเจ้าท่าให้จัดส่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้