Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้ว แต่ผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่แลผู้ให้เช่าก็รู้ไม่ทักท้วงให้ถือว่าได้ทำสัญญากันใหม่โดยไม่มีกำหนดเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์โดยทำหนังสือสัญญาต่อกันภายหลังผู้เช่าและผู้ให้เช่าตกลงเรื่องค่าภาษีโรงร้านกันใหม่ แต่ไม่ได้ทำ เป็นหนังสือดังนี้จะขอให้บังคับตามข้อตกลงใหม่นั้นไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้จำเลยทำสัญญาเช่าตึกเลขที่ ๙๘๗ ของโจทก์มีกำหนด ๓ ปีนับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธุ์ พ.ศ.๒๔๗๐ ค่าเช่าเดือนละ ๓๖๐ บาทในสัญญาข้อ ๒ มีว่าเมื่อครบกำหนด ๓ ปีแล้วผู้เช่ามีสิทธิจะขอเช่าต่อไปได้อีก ๒ ปี แลในสัญญาข้อ ๑๕ มีความว่าภาษีโรงร้านหรือภาษีอากรผู้เช่าเป็นฝ่ายต้องเสียเอง จำเลยได้อยู่ในที่เช่านี้ตลอดมาจนถึงเดือนมิถุนายนพ.ศ.๒๔๗๖ รวมเวลา ๕ ปี ๔ เดือน แลได้ชำระค่าเช่าตลอดมา แต่ใน ๒ ปีหลังได้มีการลดค่าเช่าลงเป็นเดือนละ ๒๕๐ บาท โดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญากันใหม่ส่วนค่าภาษีโรงร้านปี พ.ศ.๒๔๗๔ จำเลยไม่ได้เสีย โจทก์ต้องเสียเป็นจำนวน ๕๕๖ บาท ๘๗ สตางค์ โจทก์ต้องเสียเป็นจำนวน ๕๕๖ บาท ๘๗ สตางค์ แลสำหรับ พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้มีการประเมินแล้วเป็นเงิน ๔๕๐ บาท แต่ยังไม่ได้เสีย

โจทก์จึงเรียก ค่าเช่าประจำเดือน พฤศจิกายนพ.ศ.๒๔๗๖ เป็นเงิน ๒๕๐ บาท กับค่าภาษีโรงร้านสำหรับปี พ.ศ.๒๔๗๔ - ๒๔๗๕ และสำหรับเดือนเมษายน พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๖ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑๓๑๙ บาท ๓๗ สตางค์ จำเลยต่อสู้ว่า ค่าภาษีโรงร้านตั้งแต่พ.ศ.๒๔๗๔ และต่อ ๆ มา โจทก์จำเลยตกลงกันว่าโจทก์จะเป็นผู้เสีย จำเลยไม่ต้องเสีย และการเช่าในตอนหลังเมื่อครบสัญญาเดิมแล้วไม่ได้มีหนังสือเช่าเป็นหลักฐาน

โจทก์ฟ้องไม่ได้ตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๕๓๘

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๕๗๐ ในเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่า ผู้เช่ายังคงครองทรัพย์อยู่ ให้ถือว่าทำสัญญากันใหม่โดยไม่มีกำหนดเวลา เห็นว่าเมื่อสัญญาเช่าเดิมยังคงใช้ได้ตามมาตรานี้ จำเลยจะยกเอาข้อตกลงกันด้วยวาจามาลบล้างหนังสือสัญญาเช่านั้นไม่ได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ใช้เงินตามโจทก์ฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · มนธา · พลางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้