พฤติการณ์ที่ถือว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบไม่ต่างกับที่ปรากฎในฟ้อง และเป็นข้อที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ฟ้องว่าจำเลย 2 คนสมัครใจวิวาทต่อสู้ทำร้ายกันและจำเลยที่ 2 ถึงบาดเจ็บขอให้ลงโทษตาม ม.254 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 1 ทำร้ายจำเลยที่ 2 ถึงบาดเจ็บ และเป็นการทำร้ายแต่ฝ่ายเดียวก็ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ม.254 ได้
ในชั้นคำให้การจำเลยรับสารภาพว่า ได้กล่าวคำหมิ่นประมาทผู้เสียหายด้วยถ้อยคำอย่างนั้น ๆ แล้วจำเลยจะมาคัดค้านในชั้นศาลสูง+ถ้อยคำดังนั้นเป็นเพียงคำไม่สุภาพไม่ใช่เป็นการสบประมาทนั้นมิได้
ศาลชั้นต้นปรับ 50 บาทตาม ม.338 (2) แห่งกฎหมายอาญา ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.252 จำคุก 2 ปีดังนี้ เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลย 5 คนแย่งกันเปน 2 พวกใช้สาตราวุธวิวาททำร้ายร่างกายกันบาดเจ็บจำเลยรับสารภาพฝ่ายโจทก์จำเลยไม่สืบพะยานดังนี้ จะลงโทษจำเลยตาม ม.254 มิได้
ฟ้องหาขัดหมายเรียกเจ้าพนักงานสอบสวนไม่มีผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เพราะการหมายเรียกนั้น มีการโทษคือออกหมายจับแล้ว กฎหมายอาญา ม.334 (2) บอกเลิกไปบางส่วนโดยประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.66
พฤตติการณ์ที่ไม่ถือว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายเขาบาดเจ็บสาหัสประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 แก้มาก ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยตาม ม.256 มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.338 (3) 1 เดือนดังนี้ เป็นการแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
จำเลยเคยถูกศาลลงโทษฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานห้ามมิให้บุกรุกเข้าไปทำนา+ที่สาธารณครั้งหนึ่งแล้ว +คดีนี้จำเลยบุกรุกเข้าไปอีกก่อนนี้ จะลงโทษจำเลยฐานขัดคำสั่งอีกมิได้ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.194,243 โจทก์อุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จะต้ …
ฟ้องว่าลักทรัพย์ได้ความว่ารับของโจรลงโทษไม่ได้ ยกฟ้อง
การกระทำที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 354 จะต้องได้ความว่าผู้กระทำการยักยอกได้กระทำลงในฐานเป็นผู้มีอาชีพและธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน มิใช่เป็นเรื่องความไว้วางใจกันเองระหว่างผู้เสียหายกับผู้กระทำความผิด ฟ้อง …