คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องในข้อกฎหมายแต่มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงดังนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงมิได้รับการวินิจฉัยมาเป็นลำดับ ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงมา …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีน้ำสุราเถื่อน (น้ำตาล+เมา) ไว้ในครอบครองจำเลยให้การรับสารภาพ ลงโทษจำเลยได้อ้างฎีกาที่ 934/2480
เข้าเล่นการพะนัน+ผิดเงื่อนไขในใบอนุญาตจะแก้ตัวว่าตน+รายว่าการเล่นนั้นเงื่อนไขในใบอนุญาต+ ผู้ที่เข้าเล่นทุกคน+มีความผิด
คดีอาญาที่ศาลเห็นว่าฟ้องโจทก์บกพร่องจีงให้ยกเสียและสั่งไว้ด้วยว่าไม่ตัดสิทธิ์โจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ภายในอายุความ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความดังนี้ ศาลรับคดีไว้พิจารณาต่อไปได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกลักโคไป แล้วต่อมาในวันรุ่งขึ้นจำเลยกับพวกรับโครายนี้ไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์และรับของโจรดังนี้เป็นฟ้องที่ไม่ขัดแจ้ง ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ด้วยยากศาลตัดสินยกฟ้องอ้างฎีกาที่ 722/2481
ฟ้องหาขัดหมายเรียกเจ้าพนักงานสอบสวนไม่มีผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เพราะการหมายเรียกนั้น มีการโทษคือออกหมายจับแล้ว กฎหมายอาญา ม.334 (2) บอกเลิกไปบางส่วนโดยประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.66
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี เพิ่มโทษอีก 1 ใน 3 รวมโทษ5ปี 4 เดือนดังนี้ จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.288 และส่งไปกักกัน 5 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ส่งไปกักกันพียง 3 ปี ดังนี้เป็นแก้น้อยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้
พฤตติการณ์ที่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ไม่ต่างกับข้อเท็จจริงที่ปรากฎในฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับผู้อื่นยักยอกทรัพย์ของหลวง ทางพิจารณาปรากฎว่าจำเลยยักยอกทรัพย์นั้นโดยลำพังตนผู้เดียวก็ลงโทษได้ ไม่เรียกว่า เกินคำขอของโจทก์ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.192 วรรค 1 ลักษณะที่ไม่เปนฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จทำให้เสื่อมเสียอิศรภาพและทำให้เสียทรัพย์ โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยโกรธเคืองโจทก์ จึงจับโจทก์ส่งตำรวจหาว่าโจทก์ขุดมันและสับฟันรั้วสวนของจำเลย โจทก์ต้องถูกคุมขังอยู่ 3 วันจึงมีประกันไป โจทก์ต้องเสี …
ในคดีอาญาเมื่อกฎหมายมิได้บัญญัติไว้โดยชัดเจนว่าให้การพิสูจน์ตกเป็นหน้าที่ของฝ่ายใดแล้วหน้าที่นำสืบต้องตกอยู่แก่โจทก์สำนวนหรือคำให้การจำเลยในคดีเรื่องอื่นไม่เป็นพะยานหลักฐานที่จะนำมาใช้ยันจำเลยในคดีอีกเรื่องหนึ่งได้
โจทก์ฟ้องจำเลยว่าพยายามฆ่าคน ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ต่อมาผู้ที่ถูกจำเลยทำร้ายตายลงโจทก์จึงฟ้องจำเลยหาว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา ในระหว่างอายุความอุทธรณ์คดีเรื่องแรกดังนี้ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ ศาลรับฟ้องคดีหลังไว้พิจารณาพิพากษาได้ ส่วนก …
+อาญาที่มีอัตราโทษอย่าง+ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพ+โจทก์ไม่นำพะยานมาสืบให้ศาลเห็นว่ากระทำผิดแล้วศาลพิพากษายกฟ้อง
+ความผิดต่อส่วนตัวซึ่ง+การเป็นโจทก์ฟ้อง+เมื่อเจ้าทุกข์มาร้องขอ+คดีในชั้นศาลฎีกาแสดงการยอมความต่อจำเลย+จำเลยไม่คัดค้านดังนี้+เป็นอันระงับไป
พฤตติการณ์ที่ไม่ถือว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายเขาบาดเจ็บสาหัสประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 แก้มาก ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยตาม ม.256 มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.338 (3) 1 เดือนดังนี้ เป็นการแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คดีอาญาซึ่งอัตราโทษ+างสูงในกฎหมายกำหนด+ให้จำคุกเกินกว่า 3 ปี พิพากษาศาลชั้นต้นนายเดียวพิพากษาคดีนั้นมิได้ +คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีเกินอำนาจตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่
พฤตติการณ์ที่ถือว่าสมคบกันฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย 1 ปี 8 เดือน ตาม ก.ม.อาญา ม.251 ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษจำคุกเพียง 1 ปี 6 เดือน ตาม ม.254 ดังนี้เป็นแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
+พิพากษาของศาลมีว่าทางพิจารณาได้ความ+คำพะยานหลักฐานในท้องสำนวน" ดังนี้ +ถือว่าศาลได้พิจารณา+วินิจฉัยพะยานโจทก์จำเลยทั้งสองฝ่ายแล้ว
กลางคืนต้องหมายความว่าเวลาระหว่างตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนพระอาทิตย์ขึ้น โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในคืนวันขึ้น 9 คำทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดเมื่อเวลา 4 นาฬิกาของคืนวันขึ้น 8 ค่ำดังนี้ ถือว่าโจทก์ฟ้องผิดวันต้องยกฟ้องอ้างฎีกาที่ …