คดีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
จำเลยถูกฟ้องคดีอาญารวม 3 สำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันให้ลงโทษจำคุกจำเลยสำนวนละ 4 ปีและให้นับโทษติดต่อกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องการคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ดังนี้สิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องแยกพิเคราะห์เ …
ฎีกาที่ว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดฐานรับของโจรนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้อัตราโทษเป็นจำคุกสองปีตามบทมาตราเดิม เป็นการแก้เล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
แม้ศาลจะได้สั่งอนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับ ก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะร้องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264
ฎีกาของจำเลยที่ขอให้ศาลฎีกาสืบพยานใหม่เพื่อพิสูจน์ว่า จำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่จำเลยโต้เถียงว่าไม่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ให้สิทธิคู่ความที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของฝ่ายหนึ่งไว้แล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งว่าศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไม่ชอ …
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องที่โจทก์เข้าใจโดยสุจริตว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์เป็นกรณีแย่งกรรมสิทธิ์กันในทางแพ่ง ไม่ผิดฐานบุกรุกดังนั้น ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์มีเจตนาทุจริตคิดฉ้อโกงจะเอาที่ดินเป็นของตนจึงเป็นฎีก …
ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้ขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลที่โจทก์จะต้องวางพร้อมกับฎีกาของโจทก์ เมื่อโจทก์เห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ชอบ โจทก์ก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาหาได้ไ …
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ โจทก์ฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงว่าไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง. เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโท …
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากที่พิพาท โดยฟังว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินจำเลยฎีกาว่าที่พิพาทไม่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงท …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า เดิมที่พิพาทเป็นของบิดาจำเลยและจำเลยร่วม เมื่อบิดาตาย บ.สามีจำเลยได้ขายที่พิพาทแก่ จ. โดยจำเลยและจำเลยร่วมรู้เห็นยินยอม. ที่พิพาทจึงตกเป็นของ จ.เมื่อ จ.ขายให้โจทก์ที่พิพาทจึงตกเป็นขอ …
ฎีกาจำเลยที่โต้เถียงว่าศาลล่างพิพากษาลงโทษจำเลยโดยปราศจากหลักฐานในสำนวน และว่าที่พิพาทเป็นที่นามิใช่ที่ป่า ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมานั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,200 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา149 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 4 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 200ซึ่งเป็นบทที่มีโทษเบา คงมีความผิดตามมาตรา 149 …
ฎีกาโจทก์ที่อ้างว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานในสำนวนและข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นโดยคู่ความรับกัน จะเข้าบทองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง ตามมาตรา341 แห่งประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
คดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่ และจำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย จึงเป็นคดีพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทรัพย์ที่พิพาทมีราคา 4,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาในป …
เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์ฟ้องคดีไม่เกินหนึ่งปีดังนั้นการที่จำเลยฎีกาว่าพยานจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าฝ่ายโจทก์ในข้อที่ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยและจำเลยบุกรุกที่พิพาทเกินหนึ่งปีแล้ว …
ฎีกาที่ว่าจำเลยมิใช่ผู้ผลิตยาควรได้รับความปราณีให้รอการลงโทษ โจทก์ฟ้องเกินอำนาจหน้าที่และศาลลงโทษเกินกว่าข้อเท็จจริงที่ได้กระทำผิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เฉพาะข้อที่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยเป็นให้ส่งตัวจำเลยไปสถานฝึกและอบรมสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดนครราชสีมานั้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และมิได้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปีจึงต้องห้ามฎีกาใ …
คำขอแถลงการณ์ด้วยวาจาจะต้องขอมาในตอนท้ายฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 241 ประกอบมาตรา247 จะขอแยกมาต่างหากภายหลังไม่ได้